แผนปฏิบัติการวัคซีนของเอเปค: เสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงการสร้างภูมิคุ้มกันในภูมิภาค

สิงคโปร์, 23 สิงหาคม 2021 โดย APEC Life Science Innovation Forum

สมาชิกเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกเอเปคได้พัฒนายุทธศาสตร์ 10 ปีที่ครอบคลุม เพื่อสนับสนุนความพยายามในการฉีดวัคซีนประจำภูมิภาคและเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของโครงการสร้างภูมิคุ้มกันในภูมิภาคจนถึงปี 2030

วิกฤตการณ์ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจได้ขัดขวางโครงการสร้างภูมิคุ้มกันตามปกติทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World health organization: WHO) เด็กประมาณ 23 ล้านคนไม่ได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานในวัยเด็ก การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่าร้อยละ 95 ของสมาชิกเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกรายงานการหยุดชะงักของการฉีดวัคซีนตามปกติ โดยการฉีดวัคซีนในวัยเด็กและวัยเรียนได้รับผลกระทบมากที่สุด

ในปี 2020 คณะทำงานด้านวัคซีนได้ถูกจัดตั้งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้กำหนดนโยบายและตัวแทนจากภาคเอกชนเพื่อทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน และเพื่อระบุแนวทางที่ดีที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถป้องกันการติดเชื้อและโรคสำหรับทุกคนได้ดีขึ้น

ดร.มิเชลล์ แมคคอนเนลล์ (Michelle McConnell) ประธานกลุ่มการวางแผนของ APEC Life Sciences Innovation Forum ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เป็นหัวหอกของกลยุทธ์นี้กล่าวว่า “การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในมาตรการด้านสาธารณสุขที่สำคัญและคุ้มค่าที่สุดในโลก ในขณะที่สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือ การฉีดวัคซีนให้กับผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้กับการต่อสู้กับโควิด-19 เรายังคงต้องสามารถจัดเตรียมโปรแกรมการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งสำหรับโรคอื่น ๆ ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เพื่อไม่ให้ผลกระทบของโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากการระบาดเพิ่มเติม”

แผนปฏิบัติการของเอเปคว่าด้วยการฉีดวัคซีนตลอดชีวิต (The APEC Action Plan on Vaccination across the Life-Course) ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักการสำคัญสำหรับโครงการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายนโยบายด้วยเป้าหมายร่วมกันที่ภายในปี 2030 สมาชิกเอเปคทั้ง 21 แห่งจะใช้โครงการสร้างภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนเพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถบรรลุวาระการสร้างภูมิคุ้มกันโรคขององค์การอนามัยโลก 2030

ดร.แมคคอนเนลล์กล่าวเสริมอีกว่า “แนวทางการฉีดวัคซีนตลอดชีวิตต้องการให้กำหนดการสร้างภูมิคุ้มกันและการเข้าถึงการฉีดวัคซีนตอบสนองต่อช่วงชีวิตของบุคคล วิถีชีวิต และจุดอ่อนเฉพาะหรือความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อที่พวกเขาอาจจะต้องเจอ”

เธอยั้งเน้นอีกว่าการใช้แนวทางตลอดชีวิตจะช่วยเพิ่มความเท่าเทียมในผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ลดภาระด้านสุขภาพในระบบสังคม ลดต้นทุนการรักษาและลดภาระทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าจ้างที่เกิดจากการเจ็บป่วยและการสูญเสียผลิตภาพ

เอกสารดังกล่าวได้นำเสนอชุดคำแนะนำต่าง ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ไปสู่โครงการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนโดย:

– ส่งเสริมการรับรู้คุณค่าของวัคซีนและนวัตกรรมวัคซีน

– จัดลำดับความสำคัญในการเข้าถึงและรับวัคซีนตลอดช่วงชีวิต

– การสร้างขีดความสามารถของทั้งภาครัฐในด้านความมั่นคงด้านสุขภาพและการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่

– เสริมสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีนและสร้างโปรแกรมสร้างภูมิคุ้มกันที่ยืดหยุ่น

– ทำให้เกิดการลงทุนและนวัตกรรมในการวิจัยและพัฒนาวัคซีน การผลิตและการส่งมอบ

– เร่งประสานกฎระเบียบสำหรับวัคซีนทั่วทั้งเศรษฐกิจเอเปค

– การสร้างกลไกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับการจัดหาเงินทุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

ดร.รีเบคก้า สตา มาเรีย (Rebecca Sta Maria) กรรมการบริหารของสำนักเลขาธิการเอเปคกล่าวว่า “ไม่เคยปรากฏชัดมาก่อนว่าการฉีดวัคซีนมีความสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของเรา เอเปคมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการค้า กฎระเบียบ และการลงทุนด้านวัคซีนที่มีประสิทธิภาพของภูมิภาค เพื่อปกป้องประชากรของเราทั้งในท่ามกลาง COVID-19 และอนาคต”

APEC Life Science Innovation Forum โดยความร่วมมือกับคณะทำงานด้านสุขภาพของเอเปค (APEC Health Working Group) จะเป็นเจ้าภาพการประชุมเสมือนจริงระดับ 11 ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจในวันที่ 24 สิงหาคม และคณะทำงานด้านสุขภาพยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาแผนปฏิบัติการนี้

อ้างอิง

APEC. (2021). APEC’s Vaccine Action Plan: Strengthening Immunization Programs in the Region. Retrieved from https://www.apec.org/Press/News-Releases/2021/0823_lsif

หมายเหตุ

ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนวัคซีนของเอเปค และบทบาทของเอเปคด้านวัคซีนได้ที่

APEC Vaccines Task Force. https://www.apec.org/vaccinestaskforce

APEC Life Science Innovation Forum. https://live.eventtia.com/en/apec-vtf/Home/

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ, นักวิจัย

สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์