โรคระบาด คือ ลำดับความสำคัญสูงสุดของเรา: สารจากกลุ่มผู้นำธุรกิจสู่คณะรัฐมนตรีของเอเปค

5 มิถุนายน 2021 สำนักงานเลขาธิการเอเปค, สิงคโปร์

คณะรัฐมนตรีด้านการค้าของเอเปคเข้าร่วมประชุมผู้นำด้านธุรกิจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) เพื่อรับฟังมุมมองจากภาคเอกชน ซึ่งที่ประชุมมุ่งเน้นไปยังการบูรณาการเศรษฐกิจภูมิภาค นัยทางการค้าหลังการตอบสนองต่อปัญหาโควิด-19 และวิธีการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับปัญหาในอนาคต

Damien O’Connor รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการส่งออกของนิวซีแลนด์กล่าวว่า “การค้าเสรี ความยุติธรรมและการเปิดกว้าง ช่วยปลดล็อคการเจริญเติบโตทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่หากไม่มีพลังของชุมชนธุรกิจ การเติบโตนี้ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้” ซึ่ง O’Connor เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีด้านการค้าของเอเปคในครั้งนี้

O’Connor ตระหนักถึงผลกระทบที่รุนแรงของโรคระบาดต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเขาให้ความสนใจไปที่บทบาทเชิงกลยุทธ์ของภาคเอกชนในการให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่ภาครัฐในหัวข้อ “เราจำร่วมมือกันเพื่อเอาชนะโควิด-19 ได้อย่างไร และเราจะรักษาเศรษฐกิจของเราไว้จากโรคระบาดและสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุมได้อย่างไร”

การหารือดังกล่าวจัดขึ้นก่อนการประชุมรัฐมนตรีด้านการค้าของเอเปคปี 2021 โดยมีเป้าหมายพัฒนาแนวคิดเชิงปฏิบัติในการจัดการปัญหาสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจะสามารถกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคได้

Rachel Taulelei ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจของเอเปคปี 2021 กล่าวว่า “การระบาดครั้งใหญ่นี้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของเรา เราต้องทำให้มั่นใจว่าการค้ามีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับผลกระทบที่เลวร้ายและยังเกิดต่อเนื่องจากโควิด-19 ผ่านการค้าวัคซีน เวชภัณฑ์ที่จำเป็นและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ที่เปิดกว้างและไร้ข้อจำกัด”

เธอยังย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากองค์การการค้าโลก (WTO) และบทบาทที่จำเป็นขององค์การในการแสดงบทบาทฟื้นฟูเศรษฐกิจ เธอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่สร้างชุมชนที่ยั่งยืนและยืนหยุ่นผ่านการค้า เว้นแต่เราจะให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์การการค้าโลก (WTO) และกฎเกณฑ์ทางการค้า ระหว่างประเทศแบบพหุภาคี

หัวข้อของสภาธุรกิจในปีนี้ คือ People, Place and Prosperity ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องการให้ความสำคัญกับประชากรทุกกลุ่มในภูมิภาค การปกป้องโลกและการบรรลุเป้าหมายความเจริญของภูมิภาคบนพื้นฐานของการสร้างเขตการค้าเสรีไร้รอยต่อของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก Taulelei ยังย้ำอีกว่า FTAAP (หรือข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก) จะต้องเป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของเอเปคต่อไป เพื่อสร้างภูมิภาคที่ไร้รอยต่อ มีพลวัตและยืดหยุ่น

Dr.Rebecca Sta Maria ผู้อำนวยการบริหารสำนักเลขาธิการเอเปคกล่าวถึงการประชุมว่า “เวทีนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเอเปค ในฐานะเป็นเวทีเพื่อกระชับความร่วมมือกับภาคเอกชน และสะท้อนข้อเท็จจริงโดยการพัฒนามาตรการเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและความมั่นใจ”

คณะรัฐมนตรีและกลุ่มสภาที่ปรึกษาธุรกิจของเอเปคได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยพิจารณาประเด็นสำคัญที่สุดในเรื่องที่เกี่ยวกับองค์การค้าโลก (WTO) ให้ความสำคัญกับการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 12 ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ที่ประชุมยังพิจารณาถึงการสนองตอบทางเศรษฐกิจต่อโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการรักษาห่วงโซ่อุปทานแบบเปิดและการรักษาการไหลเวียนอย่างเสรีของสินค้าที่จำเป็นและวัคซีน รวมถึงการอำนาวยความสะดวกด้านการค้าดิจิทัลที่จะสามารถเพิ่มการฟื้นตัวของภูมิภาค

ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับการปกป้องและการทำให้เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤตในอนาคต ซึ่งรวมถึงนโยบายและการปฏิบัติที่รองรับร่วมกันและมีความยั่งยืน

Taulelei กล่าวสรุปว่า “ดูเหมือนว่าจะไม่มีเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการอย่างกล้าหาญ เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในภูมิภาคที่เราทำธุรกิจ ณ เวลานี้เราอยู่ในช่วงที่เลวร้ายที่สุด และนั้นก็ต้องการความกล้าหาญ ความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่นอย่างมาก”

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ, นักวิจัย

สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ้างอิง

APEC Secretariat. (5 June 2021). Pandemic Must Remain Our Highest Priority: Business Leaders to APEC Ministers. Retrieved from  https://www.apec.org/Press/News-Releases/2021/0605_MRT