เผย “ทรัมป์” จงใจนิ่งเฉยต่อเหตุจลาจลอาคารรัฐสภา 6 ม.ค.

22/07/2565 13:51 สำนักข่าวไทย

วอชิงตัน 22 ก.ค. – พยานในกระบวนการพิจารณาคดีของรัฐสภาสหรัฐ เผยว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐนั่งดูรายงานข่าวถ่ายทอดสดเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคมผ่านโทรทัศน์เป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยไม่สนคำร้องขอจากบรรดาลูก ๆ ของเขาและที่ปรึกษาใกล้ชิดที่ต้องการให้เขาออกโรงเตือนกลุ่มผู้สนับสนุนให้หยุดก่อเหตุรุนแรง

คณะกรรมการสมาชิกรัฐสภาสหรัฐที่ได้รับแต่งตั้งในกระบวนการพิจารณาคดีของรัฐสภาสหรัฐ ครั้งที่ 8 เผยเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ทำตัวเพิกเฉยเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่เขากล่าวคำปราศรัยเรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนมุ่งหน้าไปที่อาคารรัฐสภาไปจนกระทั่งเขายอมอัดคลิปวิดีโอพูดเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มผู้สนับสนุนเดินทางกลับบ้าน นางอีเลน ลูเรีย สส. จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์นั่งบนโต๊ะอาหารและดูข่าวเหตุจลาจลผ่านโทรทัศน์ด้วยท่าทีนิ่งเฉย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ปรึกษาใกล้ชิด และสมาชิกในครอบครัวต่างเรียกร้องให้เขาลงมือทำอะไรสักอย่างในฐานะประธานาธิบดี พร้อมทั้งเปิดคลิปวิดีโอที่บันทึกคำให้การของที่ปรึกษาทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 มกราคม

นายแพท ซิโพลโลน ที่ปรึกษาทำเนียขาวสหรัฐ ให้การในคลิปดังกล่าวเกี่ยวกับท่าทีของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ว่า นายทรัมป์ไม่ได้สั่งการใด ๆ ไปยังกระทรวงกลาโหม อัยการสูงสุด หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อรับมือกับเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม ส่วนคลิปเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ที่พูดคุยกับนายมาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ระบุว่า นายทรัมป์ จูเนียร์ ต้องการให้บิดาของเขาออกมาประณามเหตุจลาจลในครั้งนี้ ขณะที่นายอดัม คินซิงเกอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสอง สส. พรรครีพับลิกันที่เป็นคณะกรรมการในการพิจารณาคดี ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สนใจที่จะยับยั้งผู้ก่อเหตุจลาจล ทั้งนี้ เหตุจลาจลอาคารรัฐสภาเกิดขึ้นในขณะที่นายไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดี กำลังประชุมกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคม เพื่อประกาศรับรองผลชนะการเลือกต้้งของนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต เหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ตำรวจบาดเจ็บกว่า 140 นาย และทำให้การประกาศรับรองชัยชนะของไบเดนต้องล่าช้าออกไป.

Cr. สำนักข่าวไทย