“ยุน ซอก ยอล” สาบานตนรับตำแหน่ง ปธน. คนใหม่เกาหลีใต้

10/05/2565 11:13 สำนักข่าวไทย

โซล 10 พ.ค. – นายยุน ซอก ยอล เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้แล้วในวันนี้ โดยให้คำมั่นจะสร้างชาติบนพื้นฐานของแนวทางเสรีประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบตลาด พร้อมกันนั้นยังเสนอที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจเกาหลีเหนือด้วยการใช้แผนการที่เขาเรียกว่าเด็ดเดี่ยว ที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนของการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ

นายยุน กล่าวถึงเรื่องนี้ในระหว่างการปราศรัยเนื่องในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติ ซึ่งเขายังได้กล่าวถึงความท้าทายต่าง ๆ ที่เกาหลีใต้และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องเผชิญ ตั้งแต่โรคระบาดและการเตรียมการใหม่ในห่วงโซ่อุปทานของโลกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำเป็นประวัติการณ์และอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นในเกาหลีใต้

นายยุน กล่าวปราศรัยต่อหน้าประชาชนราว 41,000 คน ที่มาร่วมในพิธีในวันนี้ว่า เขาพร้อมและรอคอยที่จะร่วมงานกับประเทศอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาท้าทายที่เผชิญร่วมกันและเน้นถึงความจำเป็นในการปกป้องเสรีภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อให้การเมืองและเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ นายยุน ยังยื่นไมตรีต่อเกาหลีเหนือท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลีหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยนายยุนกล่าวว่า ในขณะที่โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามไม่เพียงแต่ความมั่นคงของเกาหลีใต้และของประเทศในเอเขียตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ประตูสำหรับการเจรจากับเกาหลีเหนือยังคงเปิดเสนอเพื่อที่จะให้ทั้งสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาการคุกคามอย่างสินติวิธี หากเกาหลีเหนือเริ่มกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างแท้จริง เกาหลีใต้ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมโลกในการเสนอแผนการที่เด็ดเดี่ยวที่จะทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือแข็งแกร่งและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวเกาหลีเหนือ

นายยุน เริ่มการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นวาระ 5 ปี เมื่อเวลาเที่ยงคืน โดยมีพิธีลั่นระฆังพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่เมื่อตอนเที่ยงคืนที่บริเวณย่านใจกลางกรุงโซล และนายยุน ก็เริ่มทำงานที่ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งใหม่ในพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งกระทรวงกลาโหม ด้วยการรับฟังบรรยายสรุปจากคณะเสนาธิการทหารร่วม นายยุน วัย 61 ปี ชนะการเลือกตั้งอย่างฉิวเฉียดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา.

Cr. สำนักข่าวไทย