สแกนไฮไลต์-ถก “รมต.ศก.” เวทีเอเปค 2022

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 – 07:24 น. มติชน

สแกนไฮไลต์-ถก “รมต.ศก.” เวทีเอเปค 2022

เอเปค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีเป้าหมายหลักคือส่งเสริมการเปิดเสรีการค้า การลงทุน ความร่วมมือด้านมิติสังคมและการพัฒนาด้านอื่นๆ มีสมาชิกรวม 21 เขตเศรษฐกิจ
หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ปี 2565 นี้ ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอีกครั้งในรอบ 20 ปี

กำหนดจัดเวทีขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม ที่กรุงเทพฯ และเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่ฟื้นการประชุมแบบพบปะ หลังจากช่วงกว่า 2 ปีทั่วโลกเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การประชุมใช้รูปแบบประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) แทน ในช่วงประเทศมาเลเซียและนิวซีแลนด์ เป็นเจ้าภาพ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การประชุมเอเปคครั้งนี้ มุ่งเน้นผลักดันผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้หัวข้อหลัก คือ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล หรือ Open. Connect. Balance. ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดัน 2 เรื่องสำคัญ คือ การขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTA-AP) ในยุคโควิด-19 และอนาคต และโครงการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีของเขตเศรษฐกิจสำหรับ MSMEs ที่เป็นมิตรต่อแวดล้อมและมีนวัตกรรม ผ่านการใช้โมเดล BCG Economy

“กรมในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบด้านการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบเอเปค จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting 2022: MRT) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคมนี้ ณ โรงแรม Centara Grand and Bangkok Convention Centre at Central World กรุงเทพฯ ซึ่งครั้งนี้รัฐมนตรีการค้าของ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค จะเดินทางเข้ามาร่วมประชุมเป็นครั้งแรก นับจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมี 15 ประเทศ ได้ตอบรับจะเดินทางเข้ามาประชุมที่ประเทศไทย ยังรอคำตอบจากประเทศที่เหลือ อาทิ จีน รัสเซีย สหรัฐ และหากประเทศใดไม่สะดวกเดินทางมาประชุมได้ ก็จะอำนวยความสะดวกในการเชื่อมระบบการประชุมทางไกล เพื่อให้การประชุมได้บรรลุตามที่คาดหวังไว้” นางอรมนกล่าว

การประชุมเอเปคเริ่มในวันที่ 19 พฤษภาคม นั้นจะมีการสัมมนาเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTA-AP) ในช่วงโควิด-19 และอนาคต เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคเกษตร และประชาชน ได้รับทราบแนวคิด และเป้าหมายระยะยาวของเอเปค ในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTA-AP) โดยได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ FTA-AP จะเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ยั่งยืนและครอบคลุม

วันถัดมา 20 พฤษภาคม กำหนดจัดงานเสวนานานาชาติ APEC BCG Symposium 2022 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างภาครัฐ-เอกชน-วิชาการ เพื่อดำเนินการตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล โดยจะจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) กับ BCG Economy มุ่งหวังให้ MSMEs มีการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีนวัตกรรมสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมประกวดแข่งขัน APEC Mobile App Challenge โดยไทยในฐานะเจ้าภาพร่วมกับมูลนิธิ Asia Foundation บริษัท Google และสำนักงานเลขาธิการเอเปค เป็นผู้จัดกิจกรรม โดยรับสมัครผู้สนใจจากเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อออกแบบ Application เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยโจทย์ของปีนี้ คือการช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคการเกษตรในเอเปค สามารถต่อยอดด้านเกษตรและอาหาร และสร้างโอกาสเข้าถึงตลาดท้องถิ่นและตลาดส่งออก ผ่านการใช้แนวคิด BCG Economy

สำหรับไฮไลต์ในครั้งนี้ คือ การประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (MRT) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 พฤษภาคม โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุม เป็นเวทีให้เขตเศรษฐกิจเอเปค ร่วมกันผลักดันและกำหนดทิศทางความร่วมมือในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเฉพาะการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดถือกฎเกณฑ์ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลกจะเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วย และจะหารือเรื่องการรับมือและอยู่ร่วมกับโควิด-19 และการมองไปข้างหน้า โดยใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council: ABAC) เรื่องการขับเคลื่อนแผนงาน FTA-AP ในช่วงโควิด-19 และอนาคต

“เอเปค เป็นเวทีที่เน้นการเปิดเสรีทางการค้าและการลดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ถือว่าเป็นงานสำคัญที่ไทยจะแสดงบทบาทนำในเวทีโลก โดยเฉพาะในยุคที่ภูมิภาคเอเปคกำลังจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผลลัพธ์ของการประชุมเอเปคจะช่วยวางแนวทางฟื้นฟูและกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ภายหลังยุคโควิดอย่างยั่งยืน และตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันจะเป็นโอกาสในการแสดงความพร้อมของไทยในการเปิดประเทศ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทั่วโลกหลังสถานการณ์
โควิด-19” นางอรมนกล่าวย้ำ

เอเปค คือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วย สมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
ทั้งนี้ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 การค้ารวมระหว่างไทยกับเอเปค มีมูลค่า 3.35 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 102 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.91% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยไทยส่งออกไปกลุ่มเอเปค มูลค่า 1.65 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 50.82 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.95% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และไทยนำเข้าจากเอเปค มูลค่า 1.69 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 51.10 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.87% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564

และด้วยเอเปค ที่มีสมาชิกเขตเศรษฐกิจชั้นนำถึง 21 เขตเศรษฐกิจ มีขนาดจีดีพีรวมกันกว่า 53 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,700 ล้านล้านบาท หรือมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก การประชุมจึงมีการลงในทุกแขนงการค้า การลงทุน และความร่วมมือระดับรัฐต่อรัฐ ระดับรัฐกับภาคเอกชน และ ระดับธุรกิจระหว่างประเทศ ต่างก็มุ่งมั่นว่า ผลหารือเอเปคครั้งนี้ จะทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการมีพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ได้ร่วมผลักดันแนวคิดใหม่ๆ ที่ช่วยพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี การสนับสนุนบทบาทสตรีในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

ดังนั้น ตลอดการเป็นเจ้าภาพ ไม่ว่าทุกเวทีการประชุมไม่แค่มิติการค้า การลงทุน การคลัง การเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน สาธารณสุข หรือภาคเอกชน ก็อยู่ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy ซึ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศเป็นหัวข้อหลักของการประชุมเอเปค 2022 ในธีม เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance.) ครอบคลุม 3 ด้าน คือ 1.การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม 2.การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน และ 3.การฟื้นฟูความเชื่อมโยง โดยเฉพาะการเดินทาง และท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด

แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกฝ่ายต่างจับจ้องเรื่องเศรษฐกิจการเมืองระดับโลก โดยเชื่อกันว่าอย่างไรเสียก็แยกจากกันไม่ออก

Cr. มติชน