ทำไม สงคราม รัสเซีย-ยูเครน ทำให้อาหารทะเลในญี่ปุ่นแพงขึ้น

15 เม.ย. 2022 ลงทุนแมน BrandCase

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่กินเวลามาสักระยะแล้ว
ส่งผลให้ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบหลายเรื่อง เช่น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนทรัพยากร รวมไปถึงราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น

และประเทศญี่ปุ่น ก็คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหลังจากที่เกิดสงคราม อาหารทะเลก็มีราคาสูงขึ้น..

แล้วการเกิดขึ้นของสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารทะเลในญี่ปุ่น อย่างไร ?

ต้องเล่าว่าในปัจจุบัน แม้ญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องการทำประมง และเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์
แต่ด้วยความนิยมบริโภคอาหารทะเลของคนในประเทศที่มีปริมาณมาก
เรื่องนี้ก็ทำให้ญี่ปุ่น ต้องนำเข้าอาหารทะเลจากต่างประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยประเทศที่ส่งอาหารทะเลให้ญี่ปุ่นมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ
อันดับ 1 ประเทศจีน 18.1%
อันดับ 2 ประเทศชิลี 8.9%
อันดับ 3 ประเทศรัสเซีย 8.6%

มูลค่าการนำเข้าอาหารทะเลของญี่ปุ่นจากรัสเซีย คิดเป็นมูลค่ามากถึง 37,600 ล้านบาท ในปี 2021

อาหารทะเลที่ญี่ปุ่นนำเข้ามาจากรัสเซีย อย่างเช่น
– ปู คิดเป็นมูลค่า 10,400 ล้านบาท
– ปลาแซลมอนแดง คิดเป็นมูลค่า 4,100 ล้านบาท
– เม่นทะเล คิดเป็นมูลค่า 2,700 ล้านบาท

แต่เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซีย ในช่วงสงครามอย่างในตอนนี้ ทำให้บริษัทนำเข้าอาหารทะเลในญี่ปุ่น ต้องวางแผนที่จะจัดหาแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ แทน

เช่น หันไปนำเข้าอาหารทะเลจาก แคนาดา สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ มากขึ้น
เพื่อเป็นทางเลือก และหลีกเลี่ยงการขาดแคลนอาหารของคนภายในประเทศ

ลองมาดูเคสของการนำเข้า ปลาแซลมอนของญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเลือกที่จะนำเข้าปลาแซลมอนจากประเทศนอร์เวย์ ที่นอกจากคุณภาพจะดีแล้ว ยังมีราคาที่ไม่แพง
ปัจจุบันญี่ปุ่นมีการนำเข้าปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ มากถึง 80%

โดยปกติแล้วการขนส่งปลาแซลมอนจากนอร์เวย์มายังญี่ปุ่น จะใช้เส้นทางบินผ่านประเทศรัสเซีย ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด

แต่เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าของรัสเซียและยูเครน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้สายการบินจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางเดิม

ด้วยระยะทาง เวลาในการบิน และการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ทำให้สายการบินต่างต้องเพิ่มราคาค่าขนส่ง ด้วยค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากผลกระทบในครั้งนี้
จึงส่งผลให้อาหารที่ใช้ปลาแซลมอนอย่าง ซูชิและซาชิมิในประเทศญี่ปุ่น ปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
จากเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเกิดสงคราม ราคาต้นทุนของปลาแซลมอนที่นำเข้ามา อยู่ที่ราว 490 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาอยู่ที่ราว 570 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นมาแล้ว 16%

ตัวอย่างร้านที่ได้รับผลกระทบ เช่น Choushimaru ร้านซูชิสายพานในชิบะ
โดยทางร้านได้ระงับการขายปลาแซลมอนออโรรา ซึ่งเป็นปลาแซลมอนระดับพรีเมียม สำหรับทำซูชิและซาชิมิ

และเมื่อนำเมนูปลาแซลมอนนี้กลับมาขายอีกครั้ง ก็ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นราว 20%

นอกจากนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ฮอกไกโด ยังได้รับความเสียหายจากปรากฏการณ์ “Red Tides”
ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนแพลงก์ตอนบางชนิด
จนทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี ส่งผลให้สัตว์ทะเลจำพวกปลาแซลมอนและเม่นทะเล ตายเกลื่อนชายหาดอีกด้วย

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเพิ่มการนำเข้าอาหารทะเลจากภายนอกประเทศ
ประกอบกับการที่รัสเซียประกาศห้ามประเทศที่ออกมาคว่ำบาตรรัสเซีย บินผ่านน่านฟ้าของรัสเซีย
ยิ่งทำให้ธุรกิจอาหารทะเลในญี่ปุ่น ต้องรับมือกันอย่างหนัก

และรู้หรือไม่ว่า จากรายงานประจำปีของญี่ปุ่น
ตั้งแต่ปี 2000-2019 พบว่าอัตราการพึ่งพิงอาหารภายในประเทศของญี่ปุ่น ในกลุ่มอาหารทะเล อยู่ที่ราว ๆ 50-55%
หมายความว่า อาหารทะเลที่ขายในญี่ปุ่นนั้น มาจากการนำเข้ามากกว่าครึ่ง

ข้อสรุปของเรื่องนี้คือ การที่ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าอาหารทะเลจากรัสเซียค่อนข้างมาก
แต่ขณะนี้รัสเซียกำลังอยู่ในภาวะสงคราม ญี่ปุ่นจึงต้องหาแหล่งนำเข้าใหม่มาทดแทน ทำให้ต้นทุนการขนส่งแพงขึ้น ราคาอาหารทะเลที่ขายในญี่ปุ่นก็ปรับตัวสูงขึ้นตาม

และเรื่องนี้ ก็น่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอาหารทะเลในญี่ปุ่น ไม่น้อยเหมือนกัน..

Cr.ลงทุนแมน

References:
https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Sushi-sticker-shock-Ukraine-war-drives-up-salmon-prices-in-Japan
https://japannews.yomiuri.co.jp/business/economy/20220316-15745/?fbclid=IwAR37edP_sOJ_b4eei3BJ6AwEy88vlhnvf3zAGxOLxnwXHWZizUlD-DgAJS8
https://www.stat.go.jp/english/data/handbook/pdf/2021half_1.pdf#page=1
https://www.mintecglobal.com/top-stories/global-supply-of-atlantic-salmon-maintained-strong-y-o-y-volume-growth-in-2021
https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Hokkaido-sea-urchin-and-salmon-decimated-amid-rare-red-tide