สงครามยูเครน : รัสเซียขีดเส้นตายมาริอูโพล ยูเครนปฏิเสธ ลั่นสู้ไม่ถอย

21/03/2565 14:40 สำนักข่าวไทย

21 มี.ค. – เมืองมาริอูโพล เมืองท่าสำคัญทางใต้ของยูเครน เป็นจุดที่สู้รบกันหนักมาก รัสเซียกำหนดเส้นตายให้ยูเครนยอมถอย ตรงกับเวลา 09.00 น. ของไทย แต่ยูเครนปฏิเสธและจะสู้ไม่ถอย

เข้าสู่วันที่ 27 ของสงครามยูเครน เมืองมาริอูโพลเป็นเมืองที่เสียหายจากการสู้รบหนักที่สุด เกิดโศกนาฏกรรมต่อพลเรือนหลายต่อหลายครั้ง มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน และหลุมหลบภัยหลายแห่งถูกโจมตี ข้างถนนต้องกลายเป็นหลุมฝังศพ จากประชากรของเมืองราว 4 แสนคน มีผู้สามารถหลบหนีออกมาได้เพียงไม่กี่หมื่นคน

เมื่อวานนี้กองทัพรัสเซียได้ประกาศกำหนดเส้นตายเวลาตี 5 ตามเวลาของรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้ชาวเมืองกำลังเผชิญวิกฤติมนุษยธรรมอย่างรุนแรง จึงให้ยูเครนวางอาวุธแล้วจะสามารถหลบหนีออย่างปลอดภัย แต่ถ้าขัดขืนผู้นั้นจะถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร

ฝ่ายยูเครนได้ปฏิเสธเส้นตาย และไม่ยอมมอบเมืองนี้ให้รัสเซียยึดครอง โต้กลับยูเครนไม่มีวันถอย และจะสู้จนทหารคนสุดท้าย หากรัสเซียต้องการช่วยเหลือพลเรือนจริง แทนที่จะขีดเส้นตาย เพียงแค่เปิดทางให้พลเรือนหลบหนีได้อย่างปลอดภัย

ทางการของเมืองมาริอูโพล เพิ่งรายงานโศกนาฏกรรมล่าสุด เมื่อโรงเรียนศิลปะของเมืองซึ่งได้ดัดแปลงเป็นที่หลบภัย ถูกรัสเซียทิ้งระเบิดขณะที่มีชาวเมืองราว 400 คนพักพิงอยู่ ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในส่วนอื่น ๆ ของเมือง รัสเซียยังคงโจมตีด้วยเครื่องบิน และขีปนาวุธจากเรือรบในทะเลอาซอฟ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเป็นครั้งแรก
ส่วนในพื้นที่อื่นๆ รัสเซียยังคงพยายามรุกคืบไม่หยุด ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญด้านการทหาร โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซียแถลงว่า กองทัพรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ เพื่อทำลายคลังอาวุธใต้ดินทางตะวันตกของยูเครน และครั้งที่สองเมื่อวานนี้เพื่อโจมตีคลังน้ำมันบริเวณชายฝั่งทะเลดำ

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเป็นอาวุธทันสมัยที่ยิงจากเครื่องบินขับไล่มิก-31 สามารถเดินทางได้ไกล 2,000 กิโลเมตร ด้วยความเร็วมากกว่าเสียงถึง 10 เท่า ทำให้สามารถหลบหลีกการตรวจจับและยิงสกัดได้

หากเป็นจริงตามที่รัสเซียแถลงเท่ากับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ถูกนำมาใช้ในสงคราม แล้วยังทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า รัสเซียจะนำอาวุธอานุภาพร้ายแรงใดๆ มาใช้อีกหรือไม่ รวมไปถึงอาวุธเคมีและอาวุธชีวภาพซี่งรัสเซียเคยถูกกล่าวหาว่า นำไปใช้ในสงครามซีเรีย

เมื่อคืนที่ผ่านมา นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้แถลงประณามรัสเซียที่มุ่งโจมตีเป้าหมายพลเรือนไม่หยุด เขายังได้ย้ำข้อกล่าวหาว่า ทหารรัสเซียถูกหลอกให้มารบ ทุกคนที่ถูกจับกุมได้ต่างบอกว่าถูกส่งมาร่วมซ้อมรบ ไม่รู้เลยว่ามารบในยูเครน และผ่านมานานเกือบเดือนแล้ว ทหารรัสเซียไม่สามารถหากลุ่มนีโอนาซีที่อ้างเป็นเหตุผลในการรุกรานได้

ก่อนนั้นไม่นาน นายเซเลนสกี ซึ่งมีเชื้อสายชาวยิว ได้ปราศรัยผ่านระบบวิดีโอ ต่อสมาชิกรัฐสภาของอิสราเอล โดยโยงการสังหารชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เข้ากับสงครามยูเครน เขาเรียกการรุกรานของนายปูติน ว่าเป็นเหมือนที่นาซีสั่งสังหารชาวยิว 6 ล้านคนในยุโรป นอกจากนั้นเขายังขอให้อิสราเอลเป็นคนกลางในการเจรจากับรัสเซียเพื่อยุติสงครามด้วย

ด้านนายมิคกี เลวี ประธานรัฐสภาอิสราเอล และสมาชิกรัฐสภาหลายคนได้ประณามการรุกรานของรัสเซียว่า เป็นการละเมิดระเบียบโลก และเรียกร้องให้เจรจาหยุดยิงโดยเร็ว ขณะที่ชาวอิสราเอลหลายพันคนได้รวมตัวกันชมการปราศรัยในนครเทลอาวีฟ เพื่อสนับสนุนยูเครน .

Cr. สำนักข่าวไทย