ฝรั่งเศสเร่งสกัดโควิด ขณะโฆษกรบ.ชี้บัตรผ่านวัคซีนได้ผลกว่าคำสั่งบังคับ

infoquest

นายกาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส เผยว่า มาตรการบังคับฉีดเพื่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 อาจไม่ใช่แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการกระตุ้นให้คนฉีดวัคซีน ขณะที่การเพิ่มความเข้มงวดในเงื่อนไขการออกบัตรผ่านด้านสุขภาพ (health pass) กลับได้ผลดี

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสได้กำหนดให้ประชาชนต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนหรือมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ ก่อนเข้าร้านอาหารและผับบาร์ รวมถึงรถไฟเชื่อมเส้นทางในภูมิภาค

“เรายืนหยัดที่จะตัดสินใจกดดันผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน” นายอัตตาลให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มทีวีเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.)

ขณะเดียว รัฐสภาฝรั่งเศสกำลังหารือถึงการออกกฎหมายเพื่อยกเลิกการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยนายอัตตาลระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ตรวจหาเชื้อให้ประชาชนไปเกือบ 10 ล้านคน ทำให้รัฐบาลอาจต้องระดมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมากขึ้นเพื่อตรวจหาเชื้อ ขณะที่ห้องปฏิบัติการได้ออกมาเตือนว่า การตรวจหาเชื้อที่มากขนาดนั้นอาจทำให้งานล้นระบบได้

“เราไม่สามารถตรวจหาเชื้อจำนวนเท่านั้นต่อไปได้” นายลิโอเนล บาร์รองด์ ประธานสหภาพนักชีวการแพทย์ให้สัมภาษณ์

ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เขาต้องการจะก่อกวนหรือสร้างความลำบากให้กับคนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ชาวฝรั่งเศสจำนวนมากออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ทางด้านสถาบันวิจัยสุขภาพและการแพทย์แห่งชาติของฝรั่งเศส (Inserm) ระบุว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน 4 คนจากทุก ๆ 10 คน ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากความยากลำบากในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อสูงเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว 300,000 รายเมื่อวันศุกร์ (7 ม.ค.) ขณะที่ยอดผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงผู้ป่วยโควิด-19 ในห้อง ICU เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบสาธารณสุขต้องเผชิญแรงกดดัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์