แคนาดาเมินเสียงค้าน เดินหน้าบังคับคนขับรถบรรทุกข้ามพรมแดนต้องฉีดวัคซีน

infoquest

นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา กำลังผลักดันให้มีการบังคับการฉีดวัคซีนสำหรับคนขับรถบรรทุกที่เดินทางข้ามประเทศ แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันจากนักวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ขาดแคลนคนขับรถบรรทุกและทำให้ราคาสินค้านำเข้าจากสหรัฐสูงขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แคนาดาจะกำหนดให้คนขับรถบรรทุกทุกคนที่เดินทางมาจากสหรัฐต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน โดยเริ่มในวันเสาร์นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือโควิด-19

สหพันธ์คนขับรถบรรทุกแคนาดา (CTA) เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้มีคนขับรถบรรทุกข้ามประเทศลดลงประมาณ 16,000 คน หรือประมาณ 10% ขณะที่รัฐบาลแคนาดาประเมินไว้ที่ 5%

มาตรการบังคับฉีดวัคซีนถือเป็นมาตรการแรกที่แคนาดาประกาศใช้นับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอาจจำกัดปริมาณรถบรรทุกข้ามพรมแดน โดยก่อนหน้านี้ รถบรรทุกสามารถข้ามพรมแดนได้โดยอิสระแม้มีการปิดพรมแดนประมาณ 20 เดือนเนื่องจากทางการแคนาดามองว่าการขนส่งด้วยรถบรทุกเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ห่วงโซ่อุปทานลื่นไหล

ทางด้านแหล่งข่าวระบุว่า “เราไม่ได้คาดว่าจะเกิดการหยุดชะงักหรือการขาดแคลนครั้งใหญ่สำหรับชาวแคนาดา”

ทั้งนี้ นายทรูโดได้สนับสนุนนโยบายการฉีดวัคซีนที่เข้มงวดสำหรับข้าราชการและบุคลากรของรัฐ ขณะที่เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วนั้น มีแนวโน้มที่จะทำให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ดี กลุ่มอุตสาหกรรมและพรรคฝ่ายค้านระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ธนาคารกลางแคนาดาส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2561

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์