ศูนย์วิจัยกสิกรคาดจีดีพีปี65 โต 2.8-3.7% จับตาปลายปีหน้าแบงก์แข่งเดือด

   ศูนย์วิจัยกสิกร มองจีดีพีปี 65 โต 2.8-3.7% ขึ้นอยู่กับการระบาด – รุนแรงของโอไมครอน ฟากส่งออกปีหน้าคาดโต 3.5-4.3% เงินเฟ้อ 1.6-2.1%  ลุ้นนักท่องเที่ยวแตะ 4 ล้านคน สินเชื่อแบงก์โต 4-5.5% เตือนช่วงข้ามปี 65-66 แบงก์แข่งเดือด – สินเชื่อดิจิทัลแย่งลูกค้า 

   นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยทิศทางเศรษฐกิจ การเงินไทย ท่ามกลางโควิดโอไมครอน (Omicron) ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ 1% ขณะที่ในปี 65 คาดว่าจะขยายตัวได้ในที่ 2.8-3.7% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโอไมครอน

   “แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยกลับมามีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หลังเริ่มปรากฎการระบาดของโอไมครอน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับอัตราการแพร่เชื้อและประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้อยู่ อย่างไรก็ตามหลายประเทศเริ่มคุมเข้มด้านการเดินทางมากขึ้น”นางสาวณัฐพร กล่าว

   สำหรับการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการระบาดโอไมครอนนั้น แบ่งเป็น 2 กรณี

   โดยในกรณีแย่ ซึ่งคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.8% ภายใต้สมมติฐาน คือไวรัสโอไมครอนระบาดเร็ว และความรุนแรงของโรคเทียบเท่าสายพันธุ์เดลต้า ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันลดลงอย่างมากรวมถึงปิดประเทศ และมีมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ แบ่งตามพื้นที่ ขณะที่ระยะเวลาการแพร่ระบาดคาดว่าจะสิ้นสุดในไตรมาส 1/65

   ขณะที่ในกรณีดี ซึ่งคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 3.7% ภายใต้สมมติฐาน คือ ไวรัสโอไมครอนแพร่ระบาดเร็ว แต่ความรุนแรงของโรคน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันยังสามารถลดความรุนแรงของอาการโรคได้ และไม่มีการล็อกดาวน์ในประเทศ รวมถึงคาดว่าการระบาดจะสิ้นสุดในไตรมาส 1/65

   ด้านการส่งออก คาดปีนี้จะเติบโต 14.7% ขณะที่ปี 65 ในกรณีแย่คาดว่าส่งออกจะขยายตัวได้ 3.5% และกรณีดีคาดว่าจะขยายตัวได้ 4.3% ส่วนการนำเข้าในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 28.5% และในปี 65 ในกรณีแย่คาดว่านำเข้าจะขยายตัวได้ 4.5% และกรณีดีคาดว่าจะขยายตัวได้ 6%

   สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ส่วนปี 65 กรณีแย่คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 1.6% และในกรณีดีจะอยู่ที่ 2.1% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 69.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปี 65 กรณีแย่คาดว่าราคาจะอยู่ที่ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกรณีดี จะอยู่ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

   ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยประเมินว่า รัฐบาลไทยจะไม่มีการกู้เงินนอกงบประมาณเพิ่มเติม โดยจะใช้วงเงิน 260,000 ล้านบาท จากวงเงินที่เหลือจากพ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท

   นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับภาคการท่องเที่ยวนั้น ในกรณีดีนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 65 น่าจะฟื้นตัวมาแตะ 4 ล้านคน จากปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5 แสนคน

   สำหรับกรณีแย่ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเหลือประมาณ 2 ล้านคน เพราะการท่องเที่ยวจะขาดช่วงไป 2-3 เดือน จากการที่ประเทศต่างๆรวมถึงไทย จำเป็นต้องต้องยกระดับการควบคุมการเดินทาง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปทุกๆ 1 ล้านคน จะกระทบรายได้จากการท่องเที่ยว 7-8 หมื่นล้านบาท

   นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท ในปี 65 จะเป็นอีกปีที่ กรอบการเคลื่อนไหวจะกว้าง เพราะมีหลายตัวแผร ที่ยังมีความไม่แน่นอน เช่น สถานการณ์โควิด-19 และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ ขณะที่ต้นปี 65 เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าต่อ จากแนวโน้มการลดวงเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (QE) และความเสี่ยงจากโอไมครอน

   สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยและค่าเงินบาทในปี 65 ในกรณีดี ภายใต้โอไมครอนกระทบจำกัด เศรษฐกิจสหรัฐ ฟื้นตัวต่อเนื่อง มีแรงกดดันเงินเฟ้อสูง โดยมุมมองตลาดต่ดธนาคารกลางสหรัฐ คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง

   ด้านค่าเงินมองว่า บาทเคลื่อนไหวกรอบกว้างอยู่ที่ 33.25-34.25 บาทต่อดอลลาร์ และแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของไทยจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

   ขณะที่กรณีแย่ หากโอไมครอนกระทบท่องเที่ยวและกิจกรรมในประเทศนาน 2-3 เดือน ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังคงอ่อนแอ เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง มองว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง

   ส่วนกรณีแย่ มองค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง และอาจเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าหลุด 34.25 บาทต่อดอลลาร์ และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้

   อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยในประเทศที่ต่ำกระตุ้นพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูง (Search for Yield) สะท้อนจากไทย Search หาคำว่า Bitcoin และDefi ค่อนข้างมาก และนักลทุนไทยสนใจคริปโทเคอเรนซีเพิ่มขึ้น แต่การสร้างความรู้ความเข้าใจ ยังเป็นโจทย์ของทางการ

   ด้านธุรกิจสถาบันการเงินในปี 65 ผลประกอบการของแบงก์ไทยคาดว่าจะเข้าสู่เส้นทางการฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 65 แต่จะยังไม่เข้าใกล้ช่วงก่อนโควิด โดยสินเชื่อยังโตจำกัด แต่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยปกติมากขึ้นขณะที่คุณภาพสินเชื่อยังเป็นประเด็นติดตาม โดยความยากคือรอยต่อเข้าสู่ปี 66 โดยในปี 65 จะเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ดุเดือดโดยเฉพาะค่าธรรมเนียม สินเชื่อดิจิทัล และการแสวงหาโอกาสในพื้นที่ธุรกิจใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับโลกการเงินยุคดิจิทัล

   สำหรับในปี 65 คาดว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จะขยายตัวได้ 4-5.5% ซึ่งชะลอลงจากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6% ซึ่งดีกว่าคาด เพราะธุรกิจสะสมสภาพคล่อง และมีผลของมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน

   ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ในปีนี้อยู่ที่ 3.2% และปี 65 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.3% โดยเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะยังมีอานิสงส์ของการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยบ (ธปท.) อยู่ แต่ธนาคารพาณิชย์คงไม่ได้ผ่อนระดับการตั้งสำรองฯ ลงมากนัก

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr.efinancethai