โมเดอร์นา เผยผลวิจัยฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ป้องกันเชื้อโควิดกลายพันธุ์ได้ 6 เดือน

infoquest

เว็บไซต์ของโมเดอร์น่า รายงานข้อมูลผลงานวิจัยฉบับใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์นาที่มีต่อการคงระดับอยู่ของระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีประเภทยับยั้งเชื้อต่อเชื้อไวรัสโควิดในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOCs) โดยต้นฉบับที่แสดงข้อมูลผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science ซึ่งจากรายงานพบว่า ในบุคคลส่วนใหญ่ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา มีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีทั้งประเภทจับกับแอนติเจนของเชื้อโควิดและภูมิคุ้มกันแอนติบอดีประเภทที่ทำหน้าที่ยับยั้งเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างๆ คงอยู่ได้นานเป็นเวลา 6 เดือน นับจากเวลาที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2

นาย Stphane Bancel Chief Executive Officer บริษัทโมเดอร์นา กล่าวว่า “เรามีความพึงพอใจกับข้อมูลงานศึกษาวิจัยใหม่เหล่านี้ ที่แสดงให้เห็นว่า ในคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ครบสองเข็ม มีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีที่คงอยู่ต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งภูมิคุ้มกันแอนติบอดีต่อเชื้อโควิดดังกล่าวยังรวมไปถึงเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาอีกด้วย โดยทางบริษัทโมเดอร์นาเองและพันธมิตรของทางบริษัทยังคงที่จะมุ่งมั่นต่อไปในการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลในด้านต่างๆของวัคซีนโมเดอร์นา และจะได้ทำการเปิดเผยแบ่งปันถึงข้อมูลร่วมกันหากมีข้อมูลใหม่ๆเกิดขึ้น”

นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นการสนับสนุนถึงประสิทธิภาพที่ทนทานในระดับ 93% ของวัคซีนโมเดอร์นา ตลอดระยะเวลา 6 เดือน คาดว่าข้อมูลเหล่านี้และการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของวัคซีนเมื่อถูกนำมาใช้จริงจะเป็นการช่วยหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านสุขภาพในการกำหนดแนวทางทั้งในด้านวิธีการและเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

การศึกษาฉบับนี้มีการใช้วิธีวิเคราะห์ที่หลากหลายและแสดงให้เห็นว่าหลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ครบ 2 เข็ม มีการผลิตขึ้นของภูมิคุ้มกันแอนติบอดีทั้งประเภทที่จับกับแอนติเจนของเชื้อโควิดและประเภทยับยั้งเชื้อโควิดทั้งต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์บรรพบุรุษเอง รวมไปถึงต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOCs) อันได้แก่ อัลฟา (Alpha), เบตา (Beta), แกมมา (Gamma), เดลตา (Delta), เอปซิลอน (Epsilon) และไอโอต้า (Iota) แม้ว่าจะมีการลดระดับลงของภูมิคุ้มกันแอนติบอดีเมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็พบว่าอาสาสมัครผู้เข้าร่วมวิจัยส่วนใหญ่มีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีที่ยังอยู่ในระดับที่ตรวจวัดได้แม้ว่าเวลาจะผ่านไป 6 เดือน ภายหลังจากการฉีดวัคซีนครบก็ตาม

แนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีต่อเชื้อโควิดกลายพันธุ์มีการลดต่ำลงนั้น พบในกลุ่มบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนมานานแล้ว กล่าวคือ ได้รับการฉีดวัคซีนผ่านมาแล้วเป็นเวลา 209 วัน (เกิน 6 เดือน) ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวนั้นมีน้อย และมีการทับซ้อนกันระหว่างกลุ่มอายุในกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ บุคคลจำนวนมากในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนผ่านมานานแล้วยังคงมีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีประเภทยับยั้งเชื้อต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างๆภายหลังจากที่ได้รับวัคซีนเข็มที่สองผ่านมานานแล้ว 6 เดือน

ข้อมูลจากงานวิจัยฉบับนี้ยังเป็นการสนับสนุนข้อมูลจากรายงานฉบับอื่นๆที่ได้มาจากการเฝ้าสังเกตการณ์ถึงประสิทธิผลจากการใช้งานจริงของวัคซีนที่แสดงให้เห็นว่า วัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพทางคลินิคที่มีความคงทนยาวนาน นอกจากนี้แล้ววัคซีนโมเดอร์นายังแสดงประสิทธิผลในสภาวการณ์ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์เดลตา รวมไปถึงประสิทธิผลของวัคซีนโมเดอร์นาที่มีต่อกลุ่มประชากรที่มีความยากต่อการรักษาเช่น กลุ่มของประชากรที่อาศัยอยู่ในสถานดูแลระยะยาวหรือผู้ป่วยมะเร็ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์