ม.หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นฯ ต.ค.สูงสุดรอบ 5 เดือน รับคลายล็อกดาวน์

4 พ.ย. 64 11:08 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   ม.หอการค้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ต.ค. อยู่ที่ 43.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังรัฐคลายล็อกดาวน์-เลิกเคอร์ฟิว มองเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/64 ขณะที่ทั้งปีคาดจีดีพีโต 1-1.5%

   นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ต.ค. ว่า ดัชนีความเชื่้อมั่นผู้บริโภค ต.ค.อยู่ที่ 43.9 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 41.4 และปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่ มิ.ย. 64 เนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 29 จังหวัดเพิ่มเติม รวมถึงการลดเวลาเคอร์ฟิวลงในเดือนต.ค.นี้

    นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศได้ รวมถึงการเลิกเคอร์ฟิวในเดือน พ.ย. ด้วย ขณะเดียวกัน การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนไทยในการบริโภคและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะเข้ามาหมุนเวียนเพิ่มเติมในระบบเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาทจะทำให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้มงในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก 

    ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 37.8 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 35.5 อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

    อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเริ่มรู้สึกมีความหวังว่าเศรษกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ในอนาคต หลังจาก ศบค. ประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกเคอร์ฟิวและการเปิดประเทศที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.64 เป็นต้นไป

               “การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยผู้บริโภคเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทยจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตรายวันในประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มลดลง ประกอบการฉีดวัคซีนในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงการคลาย Lockdown และการเปิดประเทศ จะส่งผลในเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวมากขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไป และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัว 1-1.5%”นายธนวรรธน์ กล่าว 

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr.efinmancethai