ธปท.เผยศก.ไทย ก.ย.ดีขึ้นหลังคลายล็อก เปิดปท.หนุนเชื่อมั่น-ธุรกิจฟื้น

29 ต.ค. 64 16:05 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยก.ย.64 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด ส่วนส่งออกโต 17.8% นำเข้าโต 20.4% มองแนวโน้มเดือนต.ค. ดีต่อเนื่อง พร้อมจับตาเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ รับผลบวกจากท่องเที่ยว หนุนภาคธุรกิจ-ความเชื่อมั่นฟื้นตัว

  นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยในงานแถลง “เศรษฐกิจและการเงิน เดือน ก.ย.64” ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย.64 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังมีการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ส่งผลให้เครื่องชี้การบริโภค และ การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้น

  ในขณะที่ภาพรวมไตรมาสที่ 3 เริ่มดีขึ้น และ เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยแล้ว และ การส่งออกไทยทำได้ดีขึ้น ดุลการค้าเกินดุล การนำเข้าลดลง ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ย.ขาดดุลลดลงอยู่ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์

  ทางด้านเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในเกือบทุกหมวด จากการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และ การฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับดีขึ้น , ผลของอุปสงค์คงค้างจากช่วงก่อนหน้า และ มาตรการภาครัฐที่ยังช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

  ในขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนทั้งหมวดเครื่องจักร และ อุปกรณ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้น และ หมวดก่อสร้างที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้างตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.

  ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อน โดยอยู่ที่ 17.8% ในเดือนนี้ จากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศคลี่คลาย รวมทั้งภาคการผลิตของไทยที่กลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าหลายหมวดปรับดีขึ้น

  มูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยนำเข้าเดือนนี้อยู่ที่ 20.4%ซึ่งมีการเร่งนำเข้าในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะหมวดวัตถุดิบ และ สินค้าขั้นกลาง นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้าบางประเภทลดลง อาทิ เครื่องจักรและอุปกรณ์ และ ชิ้นส่วนยานยนต์

  ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.69% และ เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.19% ภายหลังมาตรการลดค่าไฟฟ้า และ ค่าน้ำประปาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐสิ้นสุดลง และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

  ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ โดยรายจ่ายประจำขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ตามรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรและรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้า และบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัวจากผลของฐานสูงที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลกลางในปีก่อน

  ทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน และ โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทย และ ต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่หลายประเทศยังมีมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศอยู่

  อย่างไรก็ตาม จากการที่ไทยจะเปิดประเทศประเทศรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย. นี้มองว่า จะเห็นภาพการฟื้นตัว และ เรียกความเชื่อมั่นต่าง ๆ กลับขึ้นมา แม้อาจจะมีการติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ ประกอบกับ การกระจายวัคซีนทำได้ดี ช่วยให้ผู้ป่วยโควิดขั้นรุนแรงไม่ได้เพิ่มสูง ทำให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว และ คาดว่าปี 64 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวตามฐานที่ 0.7% แต่หากกรณีเลวร้าย และ มีความเสี่ยงเรื่องโควิดที่ระบาด อาจทำให้จีดีพีต่ำกว่า 0.7%ได้ โดยในเดือน ธ.ค. นี้ ทางธปท. จะมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ และ จำนวนนักท่องเที่ยวใหม่ในปีนี้ และ ปีหน้า

  “เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟูภาคธุรกิจ โดยธปท. ได้มีสินเชื่อฟื้นฟูไว้รองรับธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่อง และ ได้สนับสนุนปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่เริ่มฟื้นฟูมากขึ้น จากคนมีภาระหนี้ในช่วงโควิด คนก็ควรเบาตัว และเข้าสู่โหมดปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเครื่องมือที่มีอยู่ ยังช่วยเหลือได้ แต่ยังตอบไม่ได้ว่า มาตรการปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ อาจต้องดูหลายมาตรการร่วมกัน”นางสาวชญาวดี กล่าว

  นอกจากนี้ ธปท. ได้สอบถามผู้ประกอบการหลายแห่งในเดือนต.ค. จึงเห็นสัญญาณของหลายธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยภาคการผลิตดีขึ้นตามกำลังซื้อที่ค่อยๆ ปรับตัวดี และ ตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว รวมทั้งภาคบริการรับผลบวกจากการผ่อนคลายควบคุมการระบาด และ ยังเห็นสัญญาณแรงงานย้ายถิ่น และ เลิกจ้างลดลง ซึ่งเริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับเข้าพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ยังต้องติดตามความเปราะบางต่อเนื่อง เพราะยังมีจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 39 เพิ่มขึ้น สะท้อนคนตกงานยังไม่สามารถเข้าทำงานในระบบ

  ในขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทเดือนต.ค. จะกลับมาแข็งค่า หลังจากไทยเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งเงินบาทในเดือนก.ย. อ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ย. กลับมาเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการสิ้นสุดมาตรการลดค่าไฟ และ น้ำ ตลอดจนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตามราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น โดยคาดเงินเฟ้อปีนี้จะเข้าสู่กรอบล่าง 1%

รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 

Cr.efinancethai