ไบเดน ประกาศยืนหยัดข้างอาเซียนในการปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพทางทะเล พร้อมชี้การกระทำของจีนต่อไต้หวัน เป็นการบีบบังคับและคุกคามสันติภาพ

28.10.2021 โดย วิโรจน์ เลิศจิตต์ธรรม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในที่ประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก ซึ่งมีผู้นำ 18 ชาติเอเชียแปซิฟิก รวมชาติอาเซียน จีน สหรัฐฯ และรัสเซีย เข้าร่วมประชุมเมื่อวานนี้ (27 ตุลาคม) โดยประกาศท่าทีของสหรัฐฯ ว่า จะยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปกป้องเสรีภาพทางทะเล ระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ขณะที่ระบุถึงการกระทำของจีนต่อไต้หวันในช่วงไม่นานนี้ว่า เป็นการบีบบังคับและคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ท่าทีของไบเดน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล มีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันเป็นไปอย่างตึงเครียด จากความเคลื่อนไหวทางทหารของจีน โดยเฉพาะการส่งเครื่องบินกองทัพรุกล้ำน่านฟ้าไต้หวันที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งและพร้อมใช้กำลังเข้ายึดครองหากจำเป็น

“ประธานาธิบดียังย้ำถึงพันธกรณีของสหรัฐฯ ที่มีต่อความสงบเรียบร้อยตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ และแสดงความกังวลต่อการคุกคามความสงบนั้น เขาแสดงความชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะยืนหยัดกับพันธมิตรและหุ้นส่วนในการสนับสนุนประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรมและเสรีภาพทางทะเล” ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาภายหลังการประชุม

ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไบเดนยืนยันว่า สหรัฐฯ จะปกป้องไต้หวันจากการโจมตีจากจีน ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีที่มีต่อกันภายใต้กฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน (Taiwan Relations Act) ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งสหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนไต้หวันในการปกป้องตนเอง

ทางด้านจีน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง ร่วมประชุม กล่าวว่า การรักษาเสถียรภาพ เสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลจีนใต้ ล้วนเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่าย 

“ทะเลจีนใต้เป็นบ้านของเราร่วมกัน การส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ การส่งเสริมเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน ล้วนเป็นผลประโยชน์ของทุกคน” หลี่กล่าว

นอกจากนี้ ไบเดนยังร่วมกับผู้นำชาติอาเซียน ในการแสดงท่าทีไม่ยอมรับต่อการกระทำของรัฐบาลทหารเมียนมา หลังจากที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียน เพื่อตอบโต้การเพิกเฉยต่อข้อเสนอในการฟื้นฟูสันติภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการทำให้รัฐบาลทหารเมียนมา รับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญาในการสร้างสันติภาพภายในประเทศ 

“ในเมียนมา เราต้องกล่าวถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดจากการทำรัฐประหาร ซึ่งกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคให้มากขึ้น” ไบเดนกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้เมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมือง และกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ภาพ: Photo by Chip Somodevilla/Getty Images

อ้างอิง:

Cr.THE STANDARD