เผยผลทดลองวัคซีนโควิดใหม่ “วัลเนวา” ดีกว่า “แอสตร้าเซนเนก้า” ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์

วันที่ 19 ตุลาคม 2564 – 16:02 น. มติชน

แฟ้มภาพ เอเอฟพี

เว็บไซต์ บีบีซีนิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมนี้ว่า บริษัท วัลเนวา บริษัทผู้ผลิตยาจากประเทศฝรั่งเศส เผยแพร่ผลการทดลองในคนระยะที่ 3 ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่แสดงให้เห็นว่า วัคซีนของบริษัทซึ่งผลิตในโรงงานที่สก็อตแลนด์ มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโควิด-19 สูงมาก และเมื่อทดลองเปรียบเทียบกันตัวต่อตัวระหว่างวัคซีนวัลเนวา กับวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า พบว่า สัดส่วนการเกิดสารแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพยับยั้งเชื้อโควิด-19 ของวัลเนวา สูงกว่ามาก

วัคซีนวัลเนวา เป็นวัคซีนประเภทเชื้อตาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนแบบเดียวกันกับที่ใช้พัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโปลิโอ อยู่ในเวลานี้

บริษัทวัลเนวา แถลงว่า วัคซีนของตนก่อให้เกิดสารภูมิต้านทานสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนของตนในการทดลองในคนระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ไม่มีผู้ใดมีอาการป่วยหนักเลยแม้แต่รายเดียว แม้ว่าในระหว่างการทดลองจะมีเชื้อกลายพันธุ์เดลต้าแพร่ระบาดอยู่ก็ตาม

ศาสตราจารย์ อดัม ฟินน์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้วิจัยหลักในการทดลองครั้งนี้ ระบุว่า ผลการทดลอง “น่าประทับใจและน่ายินดีอย่างยิ่ง” เพราะแสดงให้เห็นว่า วัคซีนของบริษัทวัลเนวา สามารถมีบทบาทสำคัญในการเอาชนะการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้

ทางบริษัทวัลเนวา ระบุว่า ได้เริ่มกระบวนการเพื่อขอความเห็นชอบให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิดนี้จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขของอังกฤษแล้ว และเตรียมการเพื่อยื่นขออนุญาตทำนองเดียวกันกับสำนักงานยาแห่งยุโรปอีกด้วย

บีบีซีระบุว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษเคยทำความตกลงจัดซื้อวัคซีนของบริษัทวัลเนวาไว้จำนวน 100 ล้านโดส แต่ต่อมาได้แจ้งยกเลิกความตกลงจัดซื้อดังกล่าวไปแล้ว โดยอ้างว่าผู้ผลิตวัคซีนวัลเนวาดำเนินการอันเป็นการละเมิดความตกลง ซึ่งบริษัทยืนยันปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ศาสตราจารย์ เพนนี วอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมประจำมหาวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า ผลการทดลองที่เผยแพร่ในวันนี้ ทำให้การยกเลิกความตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าเสียใจขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เชื่้อว่า วัลเนวา จะช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาในการจัดซื้อวัคซีนซึ่งจำเป็นต้องมีระบบแช่แข็งและราคาแพงได้ และถือเป็นข่าวดีสำหรับโครงการโคแวกซ์ และประเทศที่ยังรอคอยวัคซีนอยู่ในเวลานี้

Cr. มติชน