ธปท.เผยศก.ไทยผ่านจุดต่ำสุดใน Q3/64 ทั้งปีคาดโต 0.7% ส่วนปีหน้าโต 3.9%

14 ต.ค. 64 9:44: น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   ธปท.เผยรายงานการประชุม กนง. ชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3/64 มองเริ่มฟื้นตัวแต่ยังมีความไม่แน่นอนต้องจับตา คาดปี 64 จีดีพีโต 0.7% ปี 65 โต 3.9% พร้อมหนุนขยายเพดานหนี้ 70% เอื้อให้ภาครัฐออกนโยบายช่วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

    รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3/64 และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 0.7% ในปีนี้ และปี 65 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% แม้ในไตรมาส 3/64 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดและการส่งออกที่ชะลอลงกว่าคาด แต่พัฒนาการด้านวัคซีนดีขึ้นชัดเจนและการผ่อนคลายมาตรการการระบาดที่เร็วกว่าคาด จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่เหลือของปีนี้

   สำหรับในปี 65 เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวจากการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ ตามความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทยอยฟื้นตัวอย่างช้าๆ และการส่งออกยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหา Global supply disruption ทั้งนี้ ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นมากเป็นสาเหตุสำคัญของประมาณการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดชั่วคราวที่ 15.3 พันล้านดอลลาร์ ในปี 64 โดยการขาดดุลที่เพิ่มขึ้นเทียบกับประมาณการเดือนมิ.ย.มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผลจากรายจ่ายค่าระวางสินค้าที่เร่งสูงขึ้นมาก

    อย่างไรก็ตาม ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นบวกเล็กน้อยที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 65 ตามสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ที่คาดว่าจะเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ช่วงกลางปี 65 ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง แต่รายได้ของแรงงานในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นบ้างตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

    ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับลดลงในปี 64 มาอยู่ใกล้ขอบล่างของกรอบเป้าหมายจากราคาอาหารสดที่ปรับตัวลดลงเป็นสำคัญและมาตรการลดค่าไฟฟ้าของภาครัฐเพิ่มเติมเพื่อช่วยค่าครองชีพ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะสูงขึ้นในระยะสั้นจากผลกระทบชั่วคราวของพายุเฮอริเคนไอดาในสหรัฐ เป็นสำคัญ สำหรับในปี 65 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาอาหารสดที่จะเพิ่มขึ้น จากการคลี่คลายของปัญหาอุปทานสินค้าเกษตรส่วนเกินในประเทศหลังจากที่สามารถกลับมาส่งออกได้มากขึ้น

   ด้านอัตราเงินเฟ้อเฟ้อพื้นฐาน มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำตามแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ยังไม่เข้มแข็ง สำหรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย

    ขณะที่สถานการณ์ค่าเงินบาท ในระยะที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นตามปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเงินบาทเทียบดอลลาร์เคลื่อนไหวมากขึ้นทั้ง 2 ทิศทาง โดยแข็งค่าขึ้นภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด แต่ปรับอ่อนค่าเร็วหลังธนาคารกลางประเทศอุตสาหกรรมหลักสื่อสารทิศทางนโยบายการเงินที่จะทยอยลดการผ่อนคลายลง รวมถึงนักลงทุนกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มบริษัท Evergrande ที่อาาจลุกลามกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ

    ทั้งนี้ คณะกรรมการจึงเห็นควรให้ติดตามการพัฒนาของตลาดการเงินโลกและไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพและไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงเร่งผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับโครงสร้างของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทยให้สมดุลและยืดหยุ่นขึ้น

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง โดยต้องติดตาม แนวโน้มการระบาดและการกลายพันธุ์ไวรัส รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นภาคเอกชน หลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ซึ่งจะส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุน ความต่อเนื่องของมาตรการของภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในระยะต่อไป และปัญหา supply disruption และต้นทุนค่าขนส่งสินค้าทางเรือ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกสินค้า

    “คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3/64 และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยปัจจัยสำคัญคือการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่เลื่อนมาจากช่วงก่อนหน้า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากพัฒนาการด้านวัคซีนที่ปรับดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เร็วกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้ประมาณการเศรษฐกิจออกมาใกล้เคียงกับประมาณการครั้งก่อน”รายงานข่าว ระบุ

   ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่า โจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน คือ การดำเนินมาตรการควบคุมการระบาดที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยควรมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดและความสามารถในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวของภาคธุรกิจและครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ประเมินว่า การกระจายวัคซีนที่มีความคืบหน้าจะช่วยให้จำนวนผู้ป่วยวิกฤติปรับลดลงมาใกล้เคียงกับระดับศักยภาพของระบบสาธารณสุข ทำให้การใช้มาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดมีความจำเป็นน้อยลง และภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาใกล้เคียงปกติได้มากขึ้น

    ขณะเดียวกัน คณะกรรมการเห็นว่า มาตรการการคลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งการเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจโดยในระยะต่อไป ควรเน้นการสร้างรายได้และเตรียมมาตรการเพื่อฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย

    นอกจากนี้ คณะกรรมการเห็นว่า การขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% จะเอื้อให้ภาครัฐสามารถผลักดันนโยบายเพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีลดลงในระยะต่อไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว ทั้งนี้การใช้จ่ายของภาครัฐควรเน้นโครงการที่มีประสิทธิผลสูง เช่น มาตรการที่รัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายและภาคเอกชนมีส่วนร่วม เพื่อให้มีตัวทวีทางการคลังสูงและได้ผลในวงกว้างขึ้น รวมทั้งควรมีกระบวนการใช้จ่ายที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

    โดยในระยะต่อไป ภาครัฐควรเตรียมแนวทางที่ชัดเจนในการทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ปรับลดลงเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง รวมทั้งสร้างพื้นที่ทางการคลังเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต เช่น การหารายได้เพิ่มเติมจากการสร้างฐานรายได้ใหม่ การควบคุมสัดส่วนของรายจ่ายประจำ การเพิ่มสัดส่วนของรายจ่ายลงทุน เพื่อปรับโครงสร้างและยกศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

    ทั้งนี้ มาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยมาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ฟื้นตัวต่อเนื่อง ยังมีความสำคัญ มาตรการการคลังควรเร่งสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเน้นการสร้างรายได้และเตรียมมาตรการฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงินต้องสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง

   ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจะติดตามปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ พัฒนาการของมาตรการควบคุมการระบาดในประเทศ รวมทั้งความเพียงพอของมาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr.efinancethai