พาณิชย์ ย้ำส่งออกเป็นความหวังศก.ไทย – จับตาจีนร่วม CPTPP กระทบการค้า

22 ก.ย. 64 12:54 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   พาณิชย์ ชี้ส่งออกไทยยังเป็นความหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ จับตาจีนเข้าร่วม CPTPP รับกระทบไทยแน่ แนะกรอ.พาณิชย์-เอกชน ติดตามสถานการณ์ ด้านปัญหากระป๋องแพงหลังไทยรีดภาษีทุ่มตลาด แย้มอยู่ระหว่างเร่งแก้ จ่อลดภาษีหวังช่วยปัญหากระป๋องแพง

   นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเสวนา และปาฐกถาพิเศษความหวัง ส่งออกไทย ในมรสุมโควิด ว่า ขณะที่เศรษฐกิจไทยเดินทางมาถูกแล้ว และเชื่อว่า การส่งออกของไทยยังเป็นความหวังของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปด้วย

   โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น การกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีจะทวีความรุนแรงเข้มข้น รวมถึงการแสดงความประสงค์จะเข้าร่วม ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่หน่วยงานของทั้งภาครัฐและเอกชน จะต้องติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

   “เศรษฐกิจไทยเดินมาถูกทางแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้พึ่งพาเศรษฐกิจขาเดียวในการนำรายได้เข้าประเทศ แต่อย่างน้อยที่สุด 2 ขา 1.การท่องเที่ยว 2.การส่งออก เมื่อขาหนึ่งเดี้ยงเศรษฐกิจบ้านเราก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อไหร่อีกขาหนึ่งเราซ่อมเสร็จสถานการณ์เอื้ออำนวยเราจะยิ่งไปโลด ก่อนโควิดท่องเที่ยวของเราทำรายได้เข้าประเทศ 11.33% ของจีดีพี การส่งออกประมาณ 45% รวมเป็น 66% ที่ขับเคลื่อนประเทศ แต่ปัจจุบันท่องเที่ยวเหลือแค่ 1.87% ส่งออกแทนที่จะแย่ไปด้วย แต่กลับเติบโตที่ 50.83 % และหากรวมทั้งขาส่งออกกับท่องเที่ยว จึงกลายเป็น 52%”นายจุรินทร์ กล่าว

   สำหรับภาคการส่งออกไทย ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย

   1.การกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีจะทวีความรุนแรงเข้มข้นและมีรายการเพิ่มขึ้น มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีทั้งหมดนี้สร้างขึ้นมาจากประเทศพัฒนาแล้วเกือบทั้งสิ้น ตั้งแต่หลังสงครามเย็น สหรัฐฯเป็นตัวกำหนดกฏเกณฑ์กติกาโลก WTO เป็นผู้ดำเนินการทำให้กฎเกณฑ์กติกามาเยอะ ทำให้จีดีพีของประเทศพัฒนาแล้วเมื่อเทียบกับทั้งโลกเป็นของประเทศพัฒนาแล้ว 80% เหลือประเทศกำลังพัฒนาแค่ 20% ต่อมาศักยภาพประเทศกำลังพัฒนาดีขึ้นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศพัฒนาแล้วลดลงสุดท้ายจีดีพีเปลี่ยนจากประเทศพัฒนาแล้ว จาก 80% เหลือ 60% ประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มจาก 20% เป็น 40%

   สิ่งดังกล่าวที่เกิดขึ้น เป็นที่มาของการตั้งกำแพงใหม่ที่มิใช่ภาษีแต่เป็นการกีดกันทางการค้ารูปแบบหนึ่ง เช่นด้านแรงงานสิทธิมนุษยชน ด้านสุขอนามัย ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และที่มาใหม่ต่อไปนี้สินค้าและประเทศไหนผลิตให้เกิดคาร์บอนโลกร้อนจะเก็บภาษีคาร์บอนโดยอียูเริ่มแล้วภายใน 2 ปี จะเก็บภาษีคาร์บอนนำเข้าสินค้าไปยังอียูในสินค้า 5 รายการ 1.เหล็ก 2.อะลูมิเนียม 3.ซีเมนต์ 4.ไฟฟ้า 5.ปุ๋ย

   2. การที่สหรัฐกับอังกฤษอีและออสเตรเลียจับมือกันตั้งไตรภาคีเพื่อความมั่นคงในอินโดแปซิฟิก มีนัยยะสำคัญคือสหรัฐฯจะเข้าไปช่วยออสเตรเลียผลิตเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งออสเตรเลียสั่งซื้อจากฝรั่งเศสหลายหมื่นล้านดอลลาร์ กระทบฝรั่งเศส แต่ทันทีที่ประกาศไตรภาคีเรื่องนี้ประเทศจีนประกาศจะเข้าร่วม CPTPP ซึ่งต้องติดตามโลกไม่ได้แบ่งค่ายเฉพาะทางการเมืองแล้วแต่ยังเอาเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศมามัดติดกับการเมืองและแบ่งค่ายกัน เป็นประเด็นใหญ่ที่ประเทศไทยและภาคเอกชนต้องจับมือการติดตามวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด เพื่อทราบว่าเราจะต้องยืนอยู่ที่ไหน กำหนดท่าทีอย่างไร

   ทั้งนี้ตนเองได้เสนอครม.อย่างน้อยที่สุดไทยต้องจับมือกับอาเซียนให้ใกล้ชิดเพราะลำพังไทยตัวเล็กเกินไป อำนาจต่อรองก็จะเพิ่มขึ้น แต่อาเซียนด้วยกันก็ต้องแข่งกัน ฉะนั้นเราจะสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยอย่างไรคือการบ้านข้อใหญ่ในภาวะการเมืองมัดติดกับเศรษฐกิจการค้าโลก

   3.เอกชนกับรัฐบาลต้องศึกษาข้อตกลงกติกาการค้าโลกที่มีให้ใกล้ชิดลงลึก FTA Mini-FTA RCEP อาเซียนพลัสรวมถึงอื่นๆ เพื่อเตรียมการในการปรับตัวและแสวงหาแต้มต่อทางการค้า

   4.เรื่องจีนสนใจจะเข้าร่วม CPTPP ตนเชื่อว่าจะกระทบเรา เพราะถ้าจีนเป็นสมาชิก CPTPP ต้องปรับมาตรฐานทางด้านการผลิตการส่งออกหลายรายการเพื่อให้สอดคล้องกับกติกา จะกระทบไทยเพราะจีนเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยในวันนี้ เมื่อจีนปรับมาตรฐานการส่งออก สินค้าไปจีนต้องภายใต้มาตรฐานใหม่ เป็นสิ่งที่ กรอ.พาณิชย์ทั้งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนต้องติดตาม

   นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึงปัญหาต้นทุน กระป๋องแพง เนื่องจากเหล็กนำเข้าแพง โดยไทยได้เก็บภาษีทุ่มตลาด ที่ต่างชาติมาขายตัดราคาในประเทศไทยจึงต้องเก็บภาษีทุ่มตลาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายป้องกันการทุ่มตลาด วิธีแก้คือ ลดภาษีลงเพื่อให้เข้ามาง่ายขึ้นมาขายในราคาถูกลงต้นทุนกระป๋องที่ใช้ในการผลิตถูกลงแข่งขันได้มากขึ้นที่กำลังดำเนินการจะมีการประชุมและเคาะเพื่อช่วยเรื่องกระป๋องต่อไป

   “การส่งออกยังเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป และค่าเงินบาทอ่อนลงในช่วงนี้มีส่วนช่วยทำให้เราแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลกขณะเดียวกันเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มฟื้นตัว ช่วยขับเคลื่อนการส่งออกให้เป็นความหวังได้ยิ่งขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวทุกประเทศได้ประโยชน์ แต่ภาวะการแข่งขันยังเหลืออยู่และอาจจะต้องทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น”นายจุรินทร์ กล่าว

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr. efinancethai