พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อทั่วไป ส.ค.64 ติดลบ 0.02% ส่วนทั้งปีคาดไม่ถึง 1%

6 ก.ย. 64 12:21 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป ส.ค. อยู่ที่ -0.02% หดตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากนโยบายลดภาระค่าครองชีพปชช.  ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.07% จ่อทบทวนเป้าทั้งปีใหม่ ก่อนประกาศตัวเลข 5 ต.ค.นี้ รับปีนี้ไม่น่าถึง 1% 

   นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินเฟ้อทั่วไป ส.ค.64 ติดลบ 0.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหดตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ขณะที่ 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.73% ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน ส.ค. อยู่ที่ 0.07% ขณะที่ 8 เดือน อยู่ที่ 0.23%

   สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อทั่วไป ส.ค.ที่ติดลบ โดยมีผลจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าเล่าเรียน-ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำประปา ประกอบกับการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดบางชนิด ราคาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข้าว เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้สด และราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ราคาสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ

   ส่วนปัจจัยบวกต่ออัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. เป็นผลจาก น้ำมันเชื้อเพลิง โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกยังขยายตัวตามอุปสงค์ที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก นอกจากนี้ ไข่ และผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะ ไข่ไก่ ไข่เป็ด นมข้นหวาน ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงล็อกดาวน์

   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. จะปรับตัวลดลง แต่เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องหลายตัวยังมีสัญญาณที่ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายภายในประเทศและจากการนำเข้า ยังคงขยายตัว ภาคการส่งออกยังได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญที่ฟื้นตัว ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยยังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งส่งผลดีต่อกำลังซื้อและอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต ขยายตัว 4.9% และดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ขยายตัว 8.8% สอดคล้องกับการปรับตัวสูงขึ้นของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม

   “แม้ว่าเศรษฐกิจของไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 แต่เชื่อมั่นว่ามาตรการเพิ่มกำลังซื้อ และการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงอุปสงค์จากต่างประเทศที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จะส่งผลให้เงินเฟ้อของประเทศปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ “นายวิชานัน กล่าว

   สำหรับ แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ย.64 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสิ้นสุดมาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ซึ่งสิ้นสุดในเดือนส.ค.นี้ อีกทั้งราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตโลก ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่มีแนวโน้มเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารสดและการต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐเป็นปัจจัยผันแปรสำคัญ ที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อในเดือนก.ย.ได้

   ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 64 จะอยู่ระหว่าง 0.7 – 1.7% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ทั้งนี้จะมีการทบทวนอีกครั้งในเดือนนี้ (ก.ย.64) ก่อนประกาศใหม่ช่วงเดือนต.ค.

   “เวลานี้ ด้วยสมติฐานเดิมและใหม่ ยังไงก็ไม่ถึง 1.2% โดยปัจจัยหลักคงอยู่ที่มาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ โดยเฉพาะค่าน้ำ ค่าไฟ ที่สิ้นสุดไป ซึ่งดูว่าจะต้องหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม จากสมมติฐานทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ออกมาล่าสุด กับการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันและ อัตราแลกเปลี่ยนปีนี้ ก็เชื่อว่าเงินเฟ้อคงไม่ถึง 1% แน่นอน โดยหากหากภาครัฐไม่ต่อมาตรการค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเฟ้อก็มีจะใกล้เคียง 1% แต่ยังไงปีนี้คงไม่ถึง 1% แน่นอน โดยในเดือนก.ย. นี้จะมีการทบทวนตัวเลข และประกาศตัวเลขใหม่ในวันที่ 5 ต.ค. นี้”นายวิชานัน กล่าว

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr.efinancethai