ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิดมากขึ้น เตรียมปรับประมาณการอีกครั้ง 29 ก.ย. นี้

31 ส.ค. 2564 • 16:15 การเงินธนาคาร

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม 2564 ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของ COVID- 19 โดยการบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวดการใช้จ่าย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงและมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลง โดยมาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงบางส่วน

ด้านตลาดแรงงานซึ่งเป็นต้นตอของการใช้จ่ายได้รับผลกระทบที่ชัดเจนขึ้น โดยตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบอาชีพอิสระได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นครัวเรือนฐานรากนอกภาคเกษตรลดลงค่อนข้างมากสะท้อนให้เห็นถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบ โดยดัชนี้นี้ได้ชี้วัดทั้งในเรื่องการจ้างงาน ภาวะหนี้สิน และความสามารถในการชำระหนี้

สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยเป็นผลจาก 

        1) อุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในบางประเทศที่รุนแรงขึ้น และ 

         2) การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกระทบต่อการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโรงงาน ซึ่งกระทบต่อการส่งออกอาหารแปรรูป อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดยังเพิ่มขึ้น อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และโลหะ 

ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน จากทั้งในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง สอดคล้องกับภาวะอุปสงค์และความเชื่อมั่นของธุรกิจที่อ่อนแอลง รวมทั้งผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้างที่เข้มงวดขึ้น การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะหมวด

ยานยนต์ ปิโตรเลียม และวัสดุก่อสร้างที่แผ่วลงตามภาวะอุปสงค์ ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงานยังกดดันการผลิตในหลายหมวด

ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนโดยการนำเข้ายังเพิ่มขึ้นในบางหมวดสินค้า อาทิ เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะที่บางหมวดมีการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะรถยนต์ สอดคล้องกับกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอลง

ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากโครงการ Phuket sandbox ที่เริ่มขึ้นในเดือนนี้ อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับภาวะปกติ จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ 

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่หากไม่รวมเงินโอน การใช้จ่ายภาครัฐทรงตัว โดยรายจ่ายประจำขยายตัวจากทั้งรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลาง จากผลของฐานสูงที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปีก่อน 

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่ทยอย

หมดลง และมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาในเดือนนี้ของภาครัฐ ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อนตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลง ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลลดลงตามการส่งออกสินค้าที่แผ่วลงเป็นสำคัญ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ สรอ. อ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายในประเทศที่ยืดเยื้อ

น.ส. ชญาวดี เปิดเผยต่อว่า แนวโน้มการะบาดของโควิด-19 ที่เริ่มดีขึ้น เป็นไปตามคาดการณ์ของธปท. ว่ามาตรการคุมการระบาดจะค่อยๆ ปรับลดลงในไตรมาสที่ 3 โดยอยู่ในกรณี base line ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้ 0.7% อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม เช่น supply disruption สถานการณ์การระบาดในประเทศ การได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของประเศคู่ค้า โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 29 ก.ย. นี้จะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง

สำหรับในเดือน ส.ค. กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับลดลงกว่าช่วงก่อนโควิดซึ่งเป็นผลจากมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มข้นขึ้นจากการระบาดที่รุนแรงขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชนหากดูกิจกรรมางเศรษฐกิจจากข้อมูลเร็วในเดือน ส.ค ครึ่งเดือนแรกได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเดือนก.ค. อย่างไรก็ตามยังมีมาตรการภาครัฐเข้ามาช่วยและการปรับตัวของผู้บริโภคที่มีการใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น

นอกจากนี้ ธปท. ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ พบว่า ในภาคผลิตตลาดในประเทศได้รับผกระทบมากขึ้น การส่งออกยังขยายตัวได้แต่เริ่มมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนปัจจัยการผลิต ในขณะที่การจ้างงานยังปรับตัวได้

สำหรับภาคการค้าได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา สินค้าอุปโภคบริโภคทั้งรายเล็กรายใหญ่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ขณะที่การจ้างงานดลงมากขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมและกำลังซื้อยังอ่อนแอ ด้านการจ้างงานยังไม่มีการปรับลงในส่วนของภาคบริการได้รับผลกระทบมากขึ้นโรงแรมและร้านอาหารยอดขายยังอยู่ในระกับต่ำ การขนส่งสินค้ามีรายได้ลดลงและมีปัญหาเรื่องการขนส่งจากมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่สีแดงเข้ม

Cr. การเงินธนาคาร