ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยก.ค.ถูกโควิดเล่นงานอ่วม-เล็งทบทวนเป้าใหม่เดือนหน้า

31 ส.ค. 64 15:09 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยก.ค. ยังแย่ เหตุโควิดกระทบแรง ห่วงช่วงที่เหลือของปีส่งออกจะเริ่มแผ่วเหตุคลัสเตอร์ในโรงงาน-ขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์กดดัน แย้มเตรียมทบทวนเป้าหมายศก.ใหม่ในการประชุมกนง. 29 ก.ย. นี้

   นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค.64 พบว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพบว่า การบริโภคภาคเอกชนลดลงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอและมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น

   ด้านการส่งออก ขยายตัว 21.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยเป็นผลจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง เป็นผลจากการระบาดระลอกใหม่ และบางประเทศใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับปัญหา supply disruption ทำให้การส่งออกในบางหมวดสินค้าลดลง เช่น ยานยนต์ และเครื่องจักร อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าโภคภัณฑ์ยังเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์โลกที่มีอย่างต่อเนื่อง

   อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป การส่งออกของประเทศในกลุ่มเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัว จากอุปสงค์คู่ค้าที่อาจแผ่วลงจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในหลายประเทศ และ supply disruption ทั้งการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการแพร่ระบาดในหลายประเทศในกลุ่มเอเชียที่จะกดดันกิจกรรมภาคการผลิตและการส่งออกด้วย

   ขณะที่การนำเข้าในเดือน ก.ค. ขยายตัวได้ 36.6% โดยหมวดที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคตามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และยา เพื่อใช้ในการรักษาและป้องกันโควิด-19 และ วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางตามการนำเข้าเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม การนำเข้ารถยนต์ลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน สะท้อนถึงอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ

   ส่วนดุลบัญีชเดินสะพัดก.ค. ขาดดุลที่ 0.7 พันล้านดอลลาร์ ขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อนหน้าจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลง เนื่องจากรายจ่ายเงินโอนกำไรและเงินปันผลปรับลดลง อยางไรก็ตาม ดุลการค้าเกินดุลลดลงเล็กน้อยตามการส่งออกที่แผ่วลงด้วย

   สำหรับการท่องที่ยว พบว่า มีนักท่องเที่ยว 18,056 คน จากโครงการ Phuket sandbox ที่เริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวมยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับภาวะปกติ จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ และสถานการณ์โควิด-19 ในไทยที่รุนแรงขึ้น

   ด้านอัตราแลกเปลี่ยน ในเดือนก.ค. พบว่า เฉลี่ยอ่อนค่าลงมากจากเดือนก่อน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศรุนแรงขึ้น และภาครัฐมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนในตลาดการเงินโลกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด สายพันธุ์เดลต้าที่รุนแรงขึ้นในหลายประเทศ

   ส่วนแนวโน้มในเดือนส.ค. ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา พบว่า อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ โดยเฉลี่ยยังอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่รุนแรงและยืดเยื้อ ทำให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการระบาด ประกอบกับนักลงทุนบางส่วนมองว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

   อย่างไรก็ตาม เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วในช่วงปลายเดือนสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของสหรัฐ อนุมัติวัควันไฟเซอร์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักลงทุนคาดว่าการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะแพร่หลายมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ประกอบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยปรับตัวลดลงด้วย

   ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ค. อยู่ที่ 0.45% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1.25% ตามอัตราเงินเฟ้อในทุกหมวดหลัก โดยอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานลดลงจากผลของฐานต่ำที่หมดลง ในหมวดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ และจากมาตรการลดค่าไฟฟ้าของภาครัฐที่ให้ความช่วยเหลือมากขึ้นในเดือนนี้ ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.14% ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 0.52% จากมาตรการลดค่าน้ำประปาของภาครัฐที่ยังมีอยู่ในเดือนนี้ ผนวกกับผลของฐานในปีก่อนที่มาตรการลดค่าน้ำประปาหมดลงในเดือนก.ค.63 ด้วย

   สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือนส.ค. มองว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น โดยยังต้องติดตาม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ จากปัญหา supply disruption ทั้งการแพร่ระบาดในโรงงาน และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงเศรษฐกิจคู่ค้าที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น

   ด้านการประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ 1 ก.ย. นี้ มองว่า เป็นไปตามที่การประชุม กนง.ครั้งล่าสุด ได้ประเมินไว้ว่า จะเห็นการผ่อนคลายมาตรการในช่วงปลายไตรมาส 3 ดังนั้นจึงมองว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่ประมาณการไว้ ส่วนแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ในการประชุมกนง.วันที่ 29 ก.ย. นี้จะนำทุกปัจจัยมาประกอบการประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง

   “ต่อให้เปิดเมือง ก็มีเรื่องความเชื่อมั่นประชาชนด้วยว่าจะมากน้อยแค่ไหน มีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม มาตรการภาครัฐ ช่วงที่ผ่านมามีการอัดฉีดเรื่องการเยียวยา ขึ้นอยู่กับประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคงต้องติดตามดูในเดือนก.ย. ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร”นางสาวชญาวดี กล่าว

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr. efinancethai