ผลวิจัยในสหรัฐชี้วัคซีนโมเดอร์นาลดเสี่ยงติดเชื้อเดลตาได้มากกว่าไฟเซอร์

infoquest

รายงานผลการศึกษาฉบับใหม่ของ Mayo Clinic ซึ่งเป็นศูนย์การศึกษาวิจัยทางการแพทย์โดยไม่แสวงหากำไรในสหรัฐระบุว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาครบทั้ง 2 โดสแล้วมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาน้อยกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์

ผู้ดำเนินการวิจัยระบุว่า “จากการเปรียบเทียบอัตราการติดเชื้อระหว่างกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา (mRNA-1273) และวัคซีนของไฟเซอร์ (BNT162b2) ครบทั้งสองโดสที่จุดบริการระบบสุขภาพของ Mayo Clinic ในหลายรัฐ (มินนิโซตา, วิสคอนซิน, แอริโซนา, ฟลอริดา และไอโอวา) พบว่า วัคซีนของโมเดอร์นาสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนแล้วได้สองเท่า เมื่อเทียบกับวัคซีนของไฟเซอร์”

ข้อมูลในผลการศึกษาดังกล่าวยังระบุว่า ความเสี่ยงจากการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับวัคซีนของโมเดอร์นาลดลงราว 60% เมื่อเทียบกับผู้ที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ที่รัฐฟลอริดาเมื่อช่วงเดือนก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 ระบาดสูงสุด โดยมีไวรัสเดลตาเป็นสายพันธุ์หลักของการระบาด เช่นเดียวกับรัฐมินนิโซตา โดยผู้วิจัยระบุว่า วัคซีนของโมเดอร์นามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ได้ 76% ขณะที่ไฟเซอร์อยู่ที่ 42% ทั้งนี้ผลการศึกษาดังกล่าวกำลังรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้วิจัยยังพบว่าวัคซีนทั้งสองชนิดสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้สูงมาก โดยจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ฉีดแล้วกับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเคยระบุว่า ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนสูงกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วถึง 8 เท่า และความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตนั้นสูงกว่า 25 เท่า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์