ผลวิจัยชี้ภาวะลิ่มเลือดหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าฯเกิดได้ยาก แต่มีอัตราตาย 22%

13 ส.ค. 64 09:56น. infoquest

ผลวิจัยซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine (NEJM) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 ส.ค.) เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia syndrome หรือ TTS) ที่มีความเชื่อมโยงกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซนเนก้า

งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากจากผู้ป่วย 294 รายที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลของอังกฤษระหว่างวันที่ 22 มี.ค.-6 มิ.ย. โดยในจำนวนนี้พบว่า มี 220 รายที่มีภาวะ TTS ที่เชื่อมโยงกับการได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยมี 170 รายที่สามารถยืนยันได้แน่ชัด ในขณะที่ 50 รายมีความเป็นไปได้สูง

ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวทุกรายได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรก และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการ TTS หลังจากฉีดวัคซีน 5-48 วัน ผลวิจัยระบุว่า ค่ากึ่งกลางของระยะเวลาที่ผู้ป่วยได้รับวัคซีนจนถึงเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนั้นอยู่ที่ 14 วัน

นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังระบุว่า แม้ภาวะ TTS ในผู้ที่ได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่อัตราการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันอันเป็นผลมาจากวัคซีนโดยรวมนั้นอยู่ที่ 22%

ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีการใช้มากที่สุดในโลก โดยมีการใช้ฉีดให้กับประชาชนชาวอังกฤษตั้งแต่เมื่อเดือนม.ค. โดยอังกฤษเป็นประเทศแรกที่ใช้วัคซีนดังกล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์