เอเปคส่งเสริมการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น

22 กรกฎาคม 2564 โดย คณะทำงานเตรียมความพร้อมฉุกเฉินของเอเปค

เจ้าหน้าที่จัดการภัยพิบัติอาวุโสจากสมาชิกเอเปคกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อสร้างมาตรกรารลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางการระบาดใหญ่ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงอื่น ๆ

เสี่ยวหนิง จาง (Xiaoning Zhang) ประธานร่วมของคณะทำงานเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินของเอเปคอธิบายว่า “สมาชิกได้รับประสบการณ์มากมาย ในแง่ของการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อภัยพิบัติครั้งใหญ่และการรับมือกับความเสี่ยงในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องปรับปรุงการดูแลความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสนับสนุนการพัฒนากลยุทธ์ที่มีข้อมูลพื้นฐานความเสี่ยง การปรับปรุงการติดตามความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อการระบุความเสี่ยงที่ดีขึ้นและเพื่อให้เราสามารถรับมือได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น”

นอกเหนือจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปัจจุบัน ภูมิภาคนี้ยังคงประสบกับความสูญเสียอย่างต่อเนื่องจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ตั้งแต่ไต้ฝุ่น พายุไซโคลนและน้ำท่วม ไปจนถึงแผ่นดินไหว ดินถล่ม และโรคระบาดอื่น

จากข้อมูลที่นำเสนอในการประชุมเจ้าหน้าที่การจัดการภัยพิบัติอาวุโสของเอเปคเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ความเสียหายทั้งหมดในภูมิภาคเอเปคสูงถึง 116.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ยังไม่รวมจำนวนเงินสำหรับรับมือการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อนที่จะเปิดเผยได้ในปัจจุบัน

ในการประชุมในเดือนพฤษภาคม สมาชิกเอเปคได้แบ่งปันนโยบายและมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่กำลังดำเนินการ เพื่อจัดการการระบาดใหญ่ รวมถึงการประกาศเหตุฉุกเฉิน คำสั่งสวมหน้ากาก แนวทางและพิธีสารใหม่ ๆ สำหรับการจัดการศูนย์อพยพ ตลอดจนพิธีสารใหม่สำหรับการข้ามพรมแดนท่ามกลางข้อจำกัดการเดินทาง

แม้จะมีมาตรการทั้งหมดนั้น ความท้าทายยังคงอยู่ในระดับสูง ความสามารถและขีดความสามารถในการจัดการเหตุฉุกเฉินของภูมิภาคได้ขยายไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้การพึ่งพาชุมชนท้องถิ่นมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา

สมาชิกกำลังมองหาการลงทุนร่วมกันในมาตรการฟื้นฟูทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงการให้อำนาจแก่ชุมชนท้องถิ่นทำงานในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีมาตรการล็อคดาวน์ที่ป้องกันไม่ให้คนงาน เช่น ผู้เผชิญเหตุคนแรกเคลื่อนย้าย

ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษในที่ประชุมนี้ เจนน่า โรเจอร์ส (Jenna Rogers) จากหน่วยงานการจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาตินิวซีแลนด์ (New Zealand National Emergency Management Emergency) ได้เน้นย้ำว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น โควิด-19 แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคนี้มีความเสี่ยงต่ออันตรายที่ซับซ้อนเหล่านี้

เธอกล่าวว่า “อันตรายที่ซับซ้อน ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่รุนแรงขึ้นสำหรับภูมิภาคนี้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนร่วมกันในมาตรการความยืดหยุ่นและความร่วมมือทั่วทั้งเอเปคเพื่อปกป้องสมาชิก ภัยพิบัติถือเป็นภาระผูกพันที่สำคัญต่อความเจริญของเรา การเติบโตทางเศรษฐกิจและแรงบันดาลใจในการพัฒนาของเราในทุกระดับ เราจำเป็นต้องรู้อย่างเท่าทันในการลดผลกระทบและค่าใช้จ่ายจากภัยพิบัติเหล่านี้ เนื่องจากเรากำลังประสบกับความถี่และความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นอันเป็นผลมาจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

โคะจิ ซุซุกิ (Koji Suzuki) ประธานร่วมของคณะทำงานเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินของเอเปค กล่าวว่า “การลดภัยพิบัติเป็นประเด็นที่ข้ามพรมแดนในสมาชิกของเรา เราต้องให้อำนาจแก่ชุมชนของเรา ส่งเสริมแนวทางของทั้งสังคมเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนมีบทบาทในการสร้างความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ” เขายังเสริมอีกว่า “เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสมาชิกในการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้า สร้างความไว้วางใจ และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการและลดความเสี่ยงในภูมิภาค”

หมายเหตุ

ผู้สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับคณะทำงานเตรียมความพร้อมฉุกเฉินของเอเปค สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

Emergency Preparedness. https://www.apec.org/Groups/SOM-Steering-Committee-on-Economic-and-Technical-Cooperation/Working-Groups/Emergency-Preparedness

รายการอ้างอิง

APEC. (21 June 2021). APEC Fortifies Disaster Risk Management, Strengthens Local Communities. Retrieved from https://www.apec.org/Press/News-Releases/2021/0621_SDMOF

แปลและเรียบเรียงโดย

นายศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ, นักวิจัย

สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์