ผู้นำญี่ปุ่นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียว

08/07/2564 16:14 สำนักข่าวไทย

โตเกียว 8 ก.ค. – นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ของญี่ปุ่น ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียว อย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายในการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นายซูงะ กล่าวว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 นี้เป็นต้นไปและจะสิ้นสุดในวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งหมายความว่า การแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 23 กรกฎาคมถึง 8 สิงหาคม จะจัดขึ้นภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นายซูงะ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ บาร์ ภัตตาคารและร้านคาราโอเกะ ที่มีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะถูกขอให้ปิดบริการ การงดเสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็เป็นการปรับลดการฉลองที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกและหยุดยั้งมิให้ประชาชนดื่มสุราและสังสรรค์กัน บรรดาชาวกรุงโตเกียว คาดว่าจะถูกขอให้อยู่แต่ภายในบ้านและชมการแข่งขันผ่านทางโทรทัศน์ที่บ้าน

โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี

โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี เดินทางถึงกรุงโตเกียวแล้วในวันนี้ โดยเขาพยายามหลีกเลี่ยงสื่อต่าง ๆ ที่มารอที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว และมุ่งตรงไปที่สำนักงานดูแลการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก 2020 ของไอโอซี ที่ตั้งอยูที่โรงแรมแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงโตเกียว มีรายงานว่า เขาจะต้องแยกกักตัวเพื่อดดูอาการเป็นเวลา 3 วัน นายบาคเดินทางมาถึงกรุงโตเกียวในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์จะถึงการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ไอโอซีและคณะกรรมการจัดการแข่งขันของฝ่ายญี่ปุ่นพยายามจัดการแข่งขันในระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19 แม้จะมีเสียงคัดค้านจากทั้งประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์

ฟูจิ ทีวี รายงานว่า คณะกรรมการจัดโตเกียวโอลิมปิก ซี่งรวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่นและไอโอซี มีกำหนดจะประชุมกันในวันนี้เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 18.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อลงความเห็นว่า จะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมกีฬาในสนามแข่งขันหรือไม่ ก่อนหน้านี้ คณะผู้จัดการแข่งขันได้ประกาศห้ามแฟนกีฬาเดินทางจากต่างประเทศเดินทางมาชมการแข่งขันไปแล้วและกำหนดจำนวนผู้ชมในประเทศไว้ไม่ให้เกินร้อยละ 50 ของความจุของสนามแต่ไม่เกิน 10,000 คน.

Cr. สำนักข่าวไทย