ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิ.ย.ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

8 กรกฎาคม 2564 | 12:38 efinancethai

  ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 64 ลดลงอยู่ที่ 43.1 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หรือ 22 ปี 8 เดือน นับตั้งแต่ ต.ค. 41 พร้อมหั่นจีดีพีปี 64 เหลือ 0-1% จากเดิม 0.6-1.8% ประเมินหากล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 1 เดือน ทำเงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาท

  ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย​หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) เดือนมิ.ย. 64 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 43.1 จากระดับ 44.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 272 เดือน หรือ 22 ปี 8 เดือนนับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือนตุลาคม 2541 เป็นต้นมา

  โดยการที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤต COVID-19 ในประเทศไทย และ ทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และ การจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

  สำหรับการที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้งท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิดรอบที่ 3 แสดงว่า ผู้บริโภคยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทยและในโลกว่า จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้

  อย่างไรก็ตาม  ต้องติดตามของการฉีดวัคซีนทั่วประเทศในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป การแพร่กระจายของโควิดรอบที่ 4 ว่าจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และ รัฐบาลจะมีการประกาศ Lockdown หรือไม่ และ อย่างไร  ตลอดจนรัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตเพิ่มเติมหรือไม่ และ มากน้อยเพียงใด จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้ และ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวใกล้เคียง 0-2% ได้

      ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าได้ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือโตได้ 0-1% จากเดิมที่คาดไว้ 0.6-1.8% แต่ก็ยังอยู่ในกรอบใหญ่ 0-2% ซึ่งในกรณีนี้ไม่รวมล็อกดาวน์ แต่หากมีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 1 เดือน จะทำเงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาท โดยยังน้อยกว่ารอบก่อนที่ทำระบบเศรษฐกิจสูญเสียมากถึง 6-9 แสนล้านบาท ซึ่งตอนนี้ประชาชน ภาคธุรกิจ ผู้ใช้แรงงาน มองว่า เศรษฐกิจแย่ที่สุด แย่มากกว่าต้มยำกุ้ง”ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

       สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2564 (ThaiChamber of Commerce Confidence Index) อยู่ที่ 11.9 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 14.3 โดยประชาชนเกิดความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์เดลต้า เพราะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศทั้งปัจจุบัน และ ในอนาคต หากสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่สามารถควบคุมได้

  สำหรับแนวทางการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาต้องควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้าที่มีอัตราการกระจายเชื้อได้ รวดเร็วกว่า จนมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่ไม่สามารถรับการรักษาได้อย่างทันทวงที , เร่งจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้กับประชาชนทั่วประเทศเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เป็นปกติ , ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปิดดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจโดยลดมาตรการ และ เงื่อนไขต่าง ๆ ลงเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงมาตการได้ และ เร่งหาแนวทางให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ โดยการผ่อนปรนการเปิดกิจกรรมหลายๆ ประเภท

เรียบเรียง  กรณัช พลอยสวาท 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr.efinancethai