รายงานไฟนอลชี้วัคซีน ‘เคียวร์แวค’ ต้านโควิดได้แค่ 48%

พฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.55 น. เดลินิวส์

บริษัทเคียวร์แวคของเยอรมนีเผยรายงานฉบับสมบูรณ์ ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ที่เคียวร์แวคพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ลดความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 ได้เพียง 48%

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า บริษัทเคียวร์แวค ( CureVac ) หนึ่งในผู้ผลิตด้านชีวเภสัชภัณฑ์ของเยอรมนี รายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ จากการทดสอบทางคลินิกระยะที่สาม ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งใช้ชื่อ “CVnCoV” และพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ปรากฏว่า มีประสิทธิผลป้องกันเพียง 48% “กับทุกสภาพอาการ” จากการทดสอบกับอาสาสมัครประมาณ 40,000 คน ใน 10 ประเทศยุโรปและลาตินอเมริกา

ข้อมูลดังกล่าวถือว่า “สูงกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” เมื่อเทียบกับรายงานเบื้องต้นที่ออกมา เมื่อกลางเดือน มิ.ย. ระบุประสิทธิผลไว้ที่ 47% ขณะที่เมื่อวิเคราะห์ผลโดยไม่รวมกลุ่มตัวอย่างอายุมากกว่า 60 ปี ยังให้ผลประมาณ 53% เท่านั้น แต่สำหรับกลุ่มตัวอย่างวัยหนุ่มสาว ปรากฏว่าวัคซีนสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 77%

ทั้งนี้ เคียวร์แวคซึ่งได้รับความสนับสนุนด้านเงินทุนบางส่วนจากรัฐบาลเยอรมนีด้วย ส่งข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาขององค์การยาแห่งสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) แล้ว โดยระบุในรายงานฉบับสุดท้ายด้วยว่า พบการติดเชื้อในกลุ่มอาสาสมัคร 228 คน เพิ่มขึ้นจากในรายงานฉบับเบื้องต้น ซึ่งระบุพบการติดเชื้อในกลุ่มตัวอย่าง 134 คน และให้ข้อมูลด้วยว่า เชื้อไวรัสโคโรนา “อย่างน้อย 13 สายพันธุ์” เป็นตัวแปรสำคัญของการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนครั้งนี้ แต่ไม่มีเชื้อไวรัสโคโรนา “สายพันธุ์ดั้งเดิม” ซึ่งพบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อปลายปี 2559

อนึ่ง องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคืุกชนิด “โดยหลักการ” ต้องไม่ต่ำกว่า 70%  แต่ผ่อนผันให้เหลือ 50% “เป็นกรณีพิเศษ” สำหรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก.

เครดิตภาพ : REUTERS

Cr. เดลินิวส์