นักวิจัยชี้มีโอกาสน้อยมากที่วัคซีนโควิดของแอสตร้าฯจะทำให้ลิ่มเลือดอุดตันในสมอง

10 มิ.ย. 64 10:57น. infoquest

คณะนักวิจัยซึ่งนำโดยศาสตราจารย์อาซิส ชี้ค ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (Edinburgh) ของสกอตแลนด์เปิดเผยผลการศึกษาผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า โดยพบว่ามีเพียงภาวะเลือดออกซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้รับวัคซีน และไม่เชื่อมโยงกับภาวะเส้นเลือดอุดตันในสมอง โดยผลการศึกษาดังกล่าวได้เน้นย้ำว่า ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้น

คณะนักวิจัยดังกล่าวได้ติดตามตรวจสอบสุขภาพร่างกายของประชาชนชาวสกอตแลนด์จำนวน 5.4 ล้านคน และพบว่า มีเพียง 1 ใน 100,000 รายเท่านั้นที่พบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Idiopathic Thrombocytopenic Purpura – ITP) หลังจากได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรก

ทั้งนี้ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำสามารถรักษาให้หายได้ และไม่ทำให้เสียชีวิต โดยข้อมูลดังกล่าวได้จากการติดตามตรวจสอบสุขภาพร่างกายของประชาชนซึ่งรวมถึงประชาชนจำนวน 1.7 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

ผลการศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine ในวันพุธ (9 มิ.ย.) ระบุว่า แม้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับการแข็งตัวของเลือดหรืออาการเลือดออก แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้เชื่อได้ว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือ การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำในสมอง (CVST) ซึ่งสร้างความวิตกกังวลในยุโรป โดยเฉพาะในแถบสแกนดิเนเวียนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

ศาสตราจารย์อาซิสได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า “สำหรับภาวะ CVST ซึ่งพบได้น้อยมากนั้น ข้อมูลของทางสกอตแลนด์อาจจะยังน้อยเกินกว่าที่จะนำไปสู่ข้อสรุปใดๆ แต่ภาพรวมที่เราได้รับจากผลการศึกษาครั้งนี้คือ ภาวะเช่นนี้พบได้น้อยมาก และเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นเมื่อได้รับคำเชิญให้ไปฉีดวัคซีน”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์