อียิปต์ระบายเรือตกค้างในคลองสุเอซหมดแล้ว

อาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2564 เวลา 07.49 น. เดลินิวส์

เรือบรรทุกสินค้ากลุ่มสุดท้ายซึ่งตกค้างอยู่บริเวณคลองสุเอซ นับตั้งแต่เกิดเหตุเรือคาร์โกขนาดมหึมากีดขวางเส้นทางเดินเรือ เมื่อปลายเดือนมี.ค. สามารถเดินทางต่อได้แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอียิปต์ ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ว่าสำนักงานบริหารคลองสุเอซ ( เอสซีเอ ) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรื่องการระบายเรือขนส่งสินค้า 61 ลำสุดท้าย จาก 422 ลำ ซึ่งทอดสมอรอการเดินทางอยู่บริเวณปากคลองสุเอซ ถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจบริหารจัดการเรือบรรทุกสินค้าทั้งหมด ที่ปักหลักรอนับตั้งแต่เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ “เอเวอร์ กิฟเวน” เกยตื้นชายฝั่งคลองสุเอซ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และทีมงานนานาชาติใช้เวลา 1 สัปดาห์เต็ม ในการขุดลอกทรายและดินโคลน เพื่อเคลื่อนย้ายเรือ

อย่างไรก็ตาม เรือเอเวอร์ กิฟเวน ซึ่งมีความยาวประมาณ 400 เมตร และระวางขับน้ำอีกมากกว่า 200,000 ตัน ยังคงอยู่ที่คลองสุเอซ โดยจอดอยู่บริเวณทะเลสาบ เเกรต บิตเทอร์ ซึ่งเป็นส่วนกว้างของคลอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเอสซีเอตรวจสอบสาเหตุการเกยตื้นครั้งนี้ ที่ทางการอียิปต์เชื่อว่า ไม่น่าเป็นเพราะกระแสลมแรงเพียงอย่างเดียว

ในส่วนของการเรียกค่าเสียหายนั้น พล.ท.โอซามา ราบี ผู้อำนวยการเอสซีเอ กล่าวว่า รัฐบาลอียิปต์อาจเรียกค่าเสียหาย “ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” ( ราว 31,290 ล้านบาท ) จากบริเษัทเจ้าของเรือ คือ โชอิ ไคเซน ของญี่ปุ่น และบริษัทเอเวอร์กรีน มารีน ของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเดินเรือลำนี้

อนึ่ง คลองสุเอซเป็นทางน้ำที่ขุดขึ้นโดยมนุษย์ มีความยาวประมาณ 193 กิโลเมตร ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2412 เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสินค้าสายสำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางเข้าและออกจากทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย.

เครดิตภาพ : REUTERS

Cr. เดลินิวส์