ธปท.หวัง Q3/65 ศก.จะกลับมาเท่าช่วงก่อนโควิด แต่ท่องเที่ยวคาด 4-5ปีฟื้น

23 มี.ค. 64 16:40 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   ธปท. คาดศก.ไทยจะกลับมาเท่าช่วงก่อนโควิดใน Q3/65 ด้านท่องเที่ยวมองใช้เวลา 4-5 ปี จึงจะฟื้นตัว และมีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคนตามเดิม  ด้านมาตรการช่วยผู้ประกอบการ 3.5 แสนลบ. คาดเห็นภายในพ.ค.นี้ 

   นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ปัจจุบันจะทยอยฟื้นตัว โดยคาดว่า เศรษฐกิจจะกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ได้ในไตรมาส 3/65

   ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีการจ้างงานสูงกว่า 10 ล้านคน คาดว่าจะต้องใช้เวลา 4-5 ปีกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเข้าใกล้ระดับก่อนการระบาด หรือประมาณ 40 ล้านคน

   อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น รวมถึงบางส่วนที่มีหนี้เดิมค้างชำระอยู่ อาจมีข้อจำกัดในการปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่ยังไม่สามารถประเมินรายได้และกระแสเงินสดได้ ส่งผลให้ล่าสุด ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออก 2 มาตรการ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว

   สำหรับมาตรการแรก คือ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นให้สถาบันการเงินส่งผ่านสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีศักยภาพ โดยครั้งนี้ จะขยายขอบเขตลูกหนี้ให้ครอบคลุมทั้งลูกหนี้รายเดิมและลูกหนี้รายใหม่

   นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มวงเงินกู้ให้สูงขึ้น ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวขึ้น และกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เอื้อต่การฟื้นฟูกิจการยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐยังสนับสนุนกลไกค้ำประกัยสินเชื่อผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมถึงยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องและลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

   มาตรการที่ 2 คือมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท มุ่นเน้นให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยให้เจรจากับเจ้าหน้าสถาบันการเงินเพื่อหยุดหรือลดภาระหนี้ ภายใต้เงื่อนไขสัญญามาตรฐานที่กำหนด เช่น ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์คืนเป็นลำดับแรกในราคาต้นทุน ภายในเวลา 3-5 ปี เท่ากับราคาตีโอนบวกด้วยต้นทุนการถือครองทรัพย์ (carrying cost) 1% ต่อปี ของราคาตีโอน และต้นทุนในการดูแลรักษาทรัพย์ตามที่จ่ายจริงและสมควรแก่เหตุ

   ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถขอเช่าทรัพย์กลับมาดูแลหรือเปิดดำเนินการและสถาบันการเงินจะนำค่าเช่าที่ได้รับไปหักออกจากราคาที่ขายคืนทรัพย์ให้กับลูกหนี้ เพื่อช่วยรักษาโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจไม่ถูกกดราคาบังคับขายทรัพย์ สามารถกลับมาสร้างงานและทำรายได้อีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

   นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ธปท. ยังพร้อมสนับสนุนสภาพคล่องต้นทุนต่ำแก่สถาบันการเงิน เท่ากับมูลค่าทรัพย์ที่สถาบันการเงินและลูกหนี้แต่ละรายตกลงร่วมกัน และภาครัฐสนับสนุนยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมในการตีโอนทรัพย์ ทั้งขารับโอนและขายคืนให้กับลูกหนี้รายเดิมด้วย

   “หวังว่าทั้ง 2 มาตรการจะได้เห็นภายในเดือน พ.ค. นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์และช่วยปลดล็อกหลายอย่างที่ผู้ประกอบการบางส่วนติดขัด”นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 
Cr.Efinancethai