อียู-สหราชอาณาจักรเปิดศึกชิงวัคซีนโควิดยกใหม่

พฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2564 เวลา 11.26 น. เดลินิวส์

สหภาพยุโรปต้องการให้สหราชอาณาจักรเพิ่มโควตาการส่งออกวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับอียู ขณะที่รัฐบาลในกรุงลอนดอนยืนยัน “สิทธิทางกฎหมาย” เหนือวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) หลายประเทศ กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่สาม ด้วยเหตุนี้ ทุกประเทศในภูมิภาคจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ประธานอีซี กล่าวว่า การเจรจาจัดซื้อวัคซีน และกระบวนการส่งมอบสินค้าจากสหรัฐ “ไม่เคยมีปัญหา” อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการวัคซีนภายในทวีปยุโรป “กลับมาแต่ปัญหา” เธออธิบายว่า ภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ล่าสุด วัคซีน 41 ล้านโด๊สที่ผลิตในอียู ส่งออกไปยัง 33 ประเทศ จากจำนวนดังกล่าว 10 ล้านโด๊ส เป็นการส่งไปยังสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าจำนวนวัคซีนที่มีการแจกจ่ายในสหราชอาณาจักรตลอดเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ฟอน แดร์ เลเยน กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้อียู “คาดหวัง” การได้รับวัคซีนจากสหราชอาณาจักร หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง “ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้” สหภาพอาจพิจารณาว่า การส่งออกวัคซีนจากบริษทซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ภายในอียู ไปยังประเทศนอกกลุ่มที่มีอัตราการแจกจ่ายวัคซีนในระดับสูง “ยังคงเหมาะสมอยู่หรือไม่”

แม้ไม่มีการกล่าวพาดพิงผู้ผลิตรายใด แต่เป็นที่ทราบกันดี ว่าอียูและบริษัทแอสตราเซเนกาของสหราชอาณาจักร ยังคงมีข้อพิพาทยืดเยื้อเรื่องการผลิตและส่งออกวัคซีนยังไม่เป็นไปตามข้อตกลง โดยแอสตราเซเนกามีโรงงานตั้งอยู่ในหลายประเทศที่เป็นสมาชิกอียู ไม่ว่าจะเป็นเบลเยียม อิตาลี และเนเธอร์แลนด์

ขณะที่นายแมตต์ แฮนค็อก รมว.สาธารณสุขของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า รัฐบาลในกรุงลอนดอน “มีความชอบธรรมตามกฎหมาย” ต่อวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อการวิจัยและการผลิต รัฐบาลสหราชอาณาจักรลงนามในข้อตกลง “ที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ในการสั่งซื้อวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด จำนวน 100 ล้านโด๊ส เพื่อให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ “วัคซีนของสหราชอาณาจักร ที่ลงทุนโดยสหราชอาณาจักร และจัดส่งโดยสหราชอาณาจักร”

แฮนค็อก กล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีความยินดีที่แอสตราเซเนกาสามารถขยายฐานการผลิตวีคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ออกไปได้ในอีกหลายประเทศ ทั้งที่อยู่นอกทวีปยุโรปด้วย การควบคุมการส่งออกวัคซีนของบริษัทที่ปฏิบัติตามข้อตกลงมาตลอด จึงไม่เป็นธรรม.

เครดิตภาพ : AP

Cr.เดลินิวส์