เผยยังไม่พบหลักฐานว่าวัคซีนเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

15/03/2564 09:32 สำนักข่าวไทย

ลอนดอน, 15 มี.ค. – แอสตราเซเนกา พีแอลซี กล่าววานนี้ว่า การทบทวนข้อมูลเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แล้ว ยังไม่พบหลักฐานว่า วัคซีนของบริษัททำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

แอสตราเซเนกา กล่าวว่า การทบทวนอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับช้อมูลด้านความปลอดภัยที่มีทั้งหมดของประชาชนมากกว่า 17 ล้านคนที่รับวัคซีนในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ยังไม่พบหลักฐานว่า วัคซีนทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นที่จะทำให้เกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก หรือ เกล็ดเลือดต่ำ ไม่ว่าจะเป็นคนในกลุ่มอายุเท่าใด เพศใด กลุ่มหรือประเทศใด ๆ การทบทวนข้อมูลของแอสตราเซเนกา ซึ่งครอบคลุมประชาชนมากกว่า 17 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในบางประเทศระงับการใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาจากประเด็นเรื่องการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

เจ้าหน้าที่ในไอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และล่าสุด เนเธอร์แลนด์ ระงับการใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกา เนื่องจากประเด็นเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ในขณะที่ออสเตรีย หยุดการใช้วัคซีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อรอการสอบสวนการเสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ปีเตอร์ อิงลิช ที่ปรึกษาที่เกษียนอายุแล้วของรัฐบาลอังกฤษด้านการควบคุมโรคติดต่อกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่มีบางประเทศหยุดการฉีดวัคซีนด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันไว้ก่อน ซึ่งการหยุดดังกล่าวจะกระทบกับเป้าหมายของการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนเพื่อชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสและหยุดยั้งโควิด-19 สำนักงานกำกับดูแลการใช้เวชภัณฑ์ของยุโรป กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ยังไม่มีตัวบ่งชี้ว่า วัคซีนทำให้เกิดอาการดังกล่าว เช่นเดียวกับองค์การอนามัยโลก ก็กล่าวว่ายังไม่เห็นสาเหตุที่จะหยุดฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา

ทางบริษัทแอสตราเซเนกา กล่าวว่า ชณะนี้กำลังมีการทดสอบเพิ่มเติมและยังไม่พบสาเหตุที่จะต้องกังวล วัคซีนของแอสตราเซเนกา ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศ แต่ยังไม่ได้รับไฟเขียวจากทางสหรัฐ โดยทางบริษัทเตรียมจะส่งเอกสารขออนุญาตให้ใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉินและกำลังรอข้อมูลผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ในสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้รับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า.

Cr. สำนักข่าวไทย