ผอ.WTO เตือนระบบวัคซีนชาตินิยมทำให้การขจัดโควิดล่าช้า-บั่นทอนเศรษฐกิจ

16 ก.พ. 64 11:16 Infoquest

ดร.เอ็นโกซี โอคอนโจ-ไอวีลา ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) เตือนว่า “ระบบวัคซีนชาตินิยม” จะส่งผลให้กระบวนการยุติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นไปอย่างล่าช้า และจะบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศร่ำรวยหรือยากจนก็ตาม

ทั้งนี้ ระบบวัคซีนชาตินิยม (Vaccines Nationalism) หมายถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเร่งจัดหาวัคซีนเป็นจำนวนมากให้เพียงพอกับประชาชนในประเทศตัวเอง เช่น ทำข้อตกลงจัดซื้อล่วงหน้าระหว่างรัฐบาลกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนไว้ก่อนเป็นจำนวนมาก โดยมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ประเทศตนเองเป็นหลัก

ดร.โอคอนโจ-ไอวีลา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่เธอให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือการสร้างความเชื่อมั่นว่า WTO จะสามารถจัดการกับวิกฤตการแพร่ระบาดได้ พร้อมกับเรียกร้องให้บรรดาชาติสมาชิก WTO เพิ่มความพยายามในการยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์

ทั้งนี้ สมาชิกทั้ง 164 ประเทศของ WTO มีมติแต่งตั้งดร.เอ็นโกซี โอคอนโจ-ไอวีลา อดีตรัฐมนตรีคลังไนจีเรีย เป็นผู้อำนวยการใหญ่ WTO คนใหม่ ซึ่งทำให้เธอเป็นสตรีคนแรกและชาวแอฟริกันคนแรกที่ได้เป็นผู้อำนวยการ WTO ในประวัติศาสตร์รอบ 25 ปี

ตำแหน่งผู้อำนวยการ WTO ได้ว่างลงเมื่อนายโรเบอร์โต อาเซอเวอโด ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2563 ก่อนครบกำหนดวาระการดำรงแหน่งล่วงหน้า 1 ปี

WTO ระบุว่า “ดร.เอ็นโกซี โอคอนโจ-ไอวีลจะเป็นสตรีคนแรกและชาวแอฟริกันคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ WTO โดยจะเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มี.ค. โดยวาระการดำรงตำแหน่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ส.ค. 2568 และจะสามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องในสมัยที่ 2 ได้”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์