โควิดทำปีใหม่ทั่วโลกหงอยเหงา

01/01/2564 14:22 สำนักข่าวไทย

ยุโรป 1 ม.ค.-เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทั่วโลกตกอยู่ในสภาพหงอยเหงาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีเค้าว่าจะคลี่คลายลง

เช่นที่รัสเซีย จตุรัสแดงซึ่งปกติจะเป็นที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ทุกปี แต่ปีนี้ถูกสั่งปิด เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แม้จะมีการจุดพลุดอกไม้ไฟเหนือจตุรัสแดงและพระราชวังเครมลินก็ตาม โดยชาวรัสเซียต้องพากันฉลองปีใหม่กันในบ้าน เพราะร้านรวงต่างๆ ถูกนายเซอร์เก ซอบยานิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก สั่งปิดบริการก่อน 23.00 น. รัสเซียนั้นยังคงมีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่วันละกว่า 27,747 คน เฉพาะกรุงมอสโกถึง 6,566 คน ทำให้ยอดสะสมถึง 3,159,297 คน

ส่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ซึ่งอยู่ในภาวะล็อกดาวน์ แม้รัฐบาลจะสั่งห้ามจัดงานจุดพลุดอกไม้ไฟฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับวันปีใหม่ถึง 56 เขตเพื่อป้องกันประชาชนมารวมกลุ่มกัน แต่ชาวเมืองก็หันไปจุดพลุจากระเบียงบ้านแทน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ แค่ช่วงย่างเข้าสู่ปีใหม่ชั่วโมงเดียวเกิดเหตุกว่า 20 ราย

ที่กรุงโรมของอิตาลี ซึ่งอยู่ในภาวะล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวเช่นกัน แม้จะมีการจุดพลุฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่ก็เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยการแสดงคอนเสิร์ตตามประเพณีนั้น ให้เป็นการไลฟ์สดแทน เพื่อไมิ่ให้ผู้คนมารวมตัวกัน อิตาลีนั้นมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ถึงกว่า 73,000 คน มากที่สุดในยุโรป

ส่วนที่กรุงลอนดอน เข็มนาฬิกาหอนาฬิกาบิ๊กเบนบอกเวลาย่างเข้าสู่วันปีใหม่อย่างเงียบเหงา แม้จะมีประชาชนจำนวนหนึ่งมารวมกลุ่มแสดงความยินดี แต่ก็เจ้าหน้าไล่ให้สลายตัวไป เนื่องจากกรุงลอนดอนอยู่ในภาวะล็อกดาวน์เข้มสุด ใครไม่มีความจำเป็นห้ามออกจากบ้าน

ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส วันปีใหม่มาถึงอย่างเงียบเหงา ตำรวจตั้งด่านตรวจจับผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน และร้านรวงต่างๆ พากันปิดบริการตามคำสั่งของรัฐบาล ส่วนที่ตะวันออกกลางนั้น นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จุดพลุไฟฉลองปีใหม่งดงามที่สุดในโลก ตรงข้ามกับกรุงเบรุตของเลบานอนที่โควิดแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดที่การเข้าสู่ปีใหม่เป็นไปอย่างเงียบเหงา ตำรวจออกตรวจตราหาผู้ละเมิดล็อกดาวน์เช่นกันกับกรุวงอัมมันของจอร์แดน

แต่ที่เมืองโมซุลของอิรักซึ่งมีการระบาดเพียงไม่มากนัก มีการฉลองวันปีใหม่ด้วยการจุดพลุและแสดงดนตรีได้โดยผุ้จัดงานย้ำว่าได้วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไว้อย่างรัดกุมแล้ว ส่วนนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ ประเพณีการฉลองปีใหม่ที่ย่านไทมส์แควร์ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีนั้น ปีนี้จะมีเพียงบุคลากรทางการแพทย์และผู้อยู่ในแนวหน้าการต่อสู้กับโควิด-19 เพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่จะได้ร่วมฉลองวันขึ้นปีใหม่ เพราะนายกเทศมนตรี บิลล์ เดอ บลาซิโอ ได้แนะประชาชนให้คอยดูการถ่ายทอดโทรทัศน์แทนและในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐซึ่งยังไม่ยอมรับว่าตนเองปราชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้เดินทางกลับจากรีสอร์ต มาร์ อา ลาโก ในรัฐฟลอริดามายังทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี อย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุขณะเดียวกับที่ทำเนียบขาวได้เผยแพร่วีดีโอของนายทรัมป์ส่งสารต่อประชาชนเนื่องในวันปีใหม่ว่า รัฐบาลของตนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือการกอบกู้เศรษฐกิจที่ได้รับ.

Cr. สำนักข่าวไทย