เยอรมนีสั่งปิดโรงเรียน-ร้านค้า,ห้ามจำหน่ายพลุ หวังสกัดโควิดช่วงเทศกาล

Infoquest

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประกาศยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ โดยจะสั่งปิดร้านค้าส่วนใหญ่ จำกัดระยะเวลาการติดต่อทางสังคม รวมถึงห้ามจำหน่ายดอกไม้ไฟ เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ นางแมร์เคิลและผู้ว่าการทั้ง 16 รัฐของเยอรมนีมีมติให้เริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดเหล่านี้ ตั้งแต่วันพุธที่ 16 ธ.ค. ไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค. ปีหน้า เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

สำหรับมาตรการล็อกดาวน์ที่จะเริ่มในวันพุธนี้ จะมีการปิดโรงเรียนทั่วประเทศ โดยเปลี่ยนไปเรียนที่บ้านแทน ส่วนร้านค้าที่ไม่ใช่ร้านจำหน่ายอาหารจะต้องปิดให้บริการเช่นกัน ขณะที่ร้านอาหารยังสามารถจำหน่ายแบบซื้อไปทานที่บ้านได้ แต่ห้ามไม่ให้ทานที่ร้าน ส่วนร้านทำผมที่ขณะนี้ยังเปิดให้บริการได้อยู่ ก็จะต้องปิดให้บริการในวันพุธนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี ทางการเยอรมนียังคงอนุญาตให้มีการรวมกลุ่มในสถานที่ปิดช่วงเทศกาลคริสต์มาสได้ไม่เกิน 5 คน แต่ห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีเข้ารวมกลุ่ม รวมถึงห้ามรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะกลางแจ้งช่วงก่อนวันขึ้นปีใหม่ และไม่อนุญาตให้จำหน่ายดอกไม้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้ เยอรมนีมีอัตราส่วนการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่โดยเฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมา อยู่ที่ 26 รายต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 21.23 รายต่อประชากร 100,000 รายที่พบเมื่อช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางด้านนายโอลาฟ โชลซ์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนีกล่าวว่า รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ โดยสำนักข่าว DPA รายงานว่า วงเงินเพิ่มเติมที่จะจัดสรรนั้นอยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านยูโร (1.36 หมื่นล้านดอลลาร์)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์