“หมอจุฬาฯ” ชี้ฉีดวัคซีนโควิดแล้วยังต้องป้องกันตนเหมือนเดิม ถึงจะเที่ยวได้อย่างมีความสุข

วันที่ 7 ธันวาคม 2563 – 15:40 น. มติชน

เมื่อวันที่  7 ธ.ค. 63 นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยได้โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องวัคซีนโควิด-19 โดยระบุว่า

“วัคซีน โควิด -19ฉีดแล้ว ก็ยังต้องป้องกันตนเหมือนเดิมวัคซีน ไม่ได้หมายความว่า ป้องกัน ได้ 100% ขึ้นกับเชื้อว่ามีการผันแปรไปมากน้อยเท่าใดและขึ้นกับการตอบสนองของผู้รับวัคซีนเอง

การประเมินวัตซีนในขั้นต้นที่ออกมาเป็นระยะๆ เช่น ในคนที่ติดเชื้อ 100 คน แรก และต่อมาในอีก 200 คน และพบว่าผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนหลอก เป็นที่มาว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90% หลักฐานเหล่านี้ทำให้อุ่นใจได้ แต่ยังคงต้องติดตามผลต่อมาอย่างต่อเนื่อง ว่าวัคซีน ยังคงเก่งหรือไม่? ทั้งนี้เนื่องจากไวรัสเก่งกาจมาก และอาจหลบหลีก หนีจากภูมิคุ้มกันที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองเมื่อติดเชื้อแล้ว หรือที่เกิดจากวัคซีนกระตุ้นได้

ดังที่จะเห็นได้จากการที่คนที่ติดเชื้อไปไม่นาน กลับติดเชื้อใหม่ ครั้งที่ สอง ทั้งๆที่ เชื้อครั้งที่ สอง ก็เป็นเชื้อที่อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกันหรือเมืองเดียวกันนั่นเองแต่หน้าตาเริ่มเพี้ยน

ทั้งนี้ถ้าแต่ละประเทศมีเชื้อทั้งในและรอบประเทศ หลากหลายหน้าตา วัคซีนที่ออกแบบมาจากแม่พิมพ์แรกอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีประสิทธิภาพลง

เป้าหมายของวัคซีนนั้นอยู่ที่ป้องกันไม่ให้ติดหรือติดน้อยที่สุด และเป้าหมายต่อไปก็คือเมื่อติดแล้ว ต้องไม่มีอาการหนัก ไม่เสียชีวิต และเมื่อติดแล้วเชื้อที่หลุดหรือแพร่ออกมาจากตัว จะสามารถหยุดได้โดยเร็ววัน โดยที่วัคซีนนั้นต้องได้ผลในกลุ่มอายุต่างๆ จากเด็กน้อยจนถึงสูงวัยและที่มีโรคประจำตัวหลากหลาย จะมีหรือไม่มีวัคซีนก็ต้องมีวินัยตามเดิมโดยที่ไม่ลืมว่าไวรัส โควิด-19 เข้าไปในสัตว์อื่นแล้ว ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ มีนาคม และผสมปนเปในสัตว์อื่น ทั้งสุนัขและแมว ตัวมิ้งในแถบเอเซีย อเมริกา ยุโรป และสแกนดิเนเวีย เป็นต้น

โดยการที่ไวรัสจากคนที่จะเข้าไปในสัตว์อื่นได้นั้น ต้องมีวิวัฒนาการของการสมยอมซึ่งกันและกันเพื่อจะให้สามารถตั้งตัวได้ในสัตว์อื่นๆ

และเมื่อไวรัสผสมปนเปเหล่านี้กลับเข้ามาในคน จะหน้าตาแปลกไปจากเดิมซึ่งทำให้การวินิจฉัยทางห้อปฎิบัติการ ยากขึ้น รวมทั้งอาการอาจจะผันแปรไปและจะถูกป้องกันได้ด้วยวัคซีนขณะนี้หรือไม่?

ทั้งนี้ไม่นับเชื้ออื่นๆที่โคจรประจำถิ่นอยู่ขณะนี้อีกหลาย 10 ตัวและไม่ใช่โคโรนาไวรัสเท่านั้น สรุป รู้เขา รู้โรค ดูตนเองว่ามีวินัยและความรับผิดชอบหรือไม่ ถ้ามี ก็เที่ยวได้ สบายๆ นาว นอมอลล์ อย่างเป็นสุขครับ กันจากโควิด 19 และเชื้อทั้งหลายทั้งปวง”

Cr. มติชน