ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดปี 63 จีดีพีหดตัวไม่ต่ำกว่า -7%

16 พ.ย. 63 17:16 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงายว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2563 หดตัวดีกว่าที่ตลาดคาดที่ -8.0% YoY โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ที่ฟื้นตัวดีส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่สะสมมาจากช่วงก่อนหน้าหลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศรวมถึงไทย

   โดยภาพเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ที่หดตัวน้อยกว่าคาดมาจากแรงหนุนของการส่งออกที่หดตัวน้อยกว่าที่ประเมิน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้มีการปรับประมาณการส่งออกในปี 2563 มาอยู่ที่ -7.0%YoY ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐทั้งการบริโภคและการลงทุนก็ขยายตัวดีกว่าคาด

   นอกจากนี้ แม้ว่าในไตรมาสที่ 3 จะเป็นช่วงรอยต่อการสิ้นสุดมาตรการภาครัฐที่ช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน ในโครงการ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ แต่การใช้จ่ายครัวเรือนก็มีปรับตัวอย่างมากจากไตรมาสที่ 2 แม้ว่าจะยังหดตัวอยู่ก็ตาม เป็นการสะท้อนแรงหนุนจากความต้องการที่สะสมมาจากช่วงก่อนหน้า (Pent up demand) หลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ

  ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/2563 คาดว่าจะยังหดตัวอยู่ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 3 ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายครัวเรือนของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวไม่ต่ำกว่า -7.0%

  ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังคงเผชิญปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการ จากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก แรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ โดยมีประเด็นติดตามดังนี้

           – สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดรุนแรงขึ้นมากในสหรัฐฯ และยุโรป และนำมาสู่การใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกรอบในหลายประเทศในยุโรป แม้ว่าจะมีข่าวดีจากความคืบหน้าอย่างมากในการทดลองวัคซีนโควิด19 ซึ่งตลาดเงินได้ตอบสนองต่อปัจจัยบวกนี้ไปมาก

  แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังมีมุมมองต่อการเข้าถึงวัคซีนในระดับประชากรโลกว่าจะเกิดขึ้นไม่เร็วไปกว่าช่วงปลายปี 2564 เนื่องจากยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงวัคซีนของประชากรโลกทั้งในเรื่องการขนส่งที่ต้องใช้อุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ความยินยอมรับเข้ารับวัคซีน และระยะเวลาที่วัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน

            – เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงสูง โดยการเปลี่ยนผ่านการบริหารประเทศของสหรัฐฯ อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวิกฤตโควิดในสหรัฐฯ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะระดับ 2 แสนคนต่อวัน ในขณะที่การดำเนินมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังอยู่ภายใต้อำนาจบริหารของประธาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะหมดวาระบริหารอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2564

   นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้สูงว่า พรรครีพลับลิกันจะยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาไว้ได้ ซึ่งทำให้การผ่านร่างกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่จะทำได้ยาก

            – ความไม่แน่นอนที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญไม่ได้ลดลง ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกท่ามกลางการระบาดของไวรัสที่ยังควบคุมไม่ได้ และอาจจะมีผลกระทบต่อแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยงต่างชาติของไทยในปีหน้าให้อยู่ในวงจำกัดมากกว่าที่วางแผนไว้ ทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก

   ซึ่งปัจจัยที่มากระทบรายได้จากต่างประเทศดังกล่าวจะมีผลกลับมายังการจ้างงานในประเทศที่ลดลง และกระทบการใช้จ่ายครัวเรือนรวมไปถึงคุณภาพของสินเชื่อในระบบการเงิน นอกจากนี้ยังมีประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังเป็นประเด็นต่อเนื่องไปยังปีหน้า

เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

CR:Efinancethai