พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไปต.ค. -0.5% คาดทั้งปีลบ0.7 – ลบ1.5%

5 พ.ย. 63 12:30 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป ต.ค.63 ติดลบ 0.5% ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.19% รับราคาอาหาร – เกษตรพุ่ง ทั้งปียังคงคาดการณ์ ติดลบ 0.7 ถึงติดลบ 1.5% มองแนวโน้มติดลบน้อย พร้อมจับตาราคาพลังงานต่ำกดดัน 

   นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ เงินเฟ้อทั่วไป ต.ค. 63 ติดลบ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.70% ขณะที่ 10 เดือน เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.94%

   ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ที่ติดลบ 0.7% ถึงติดลบ 1.5% ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 0.19% และ 10 เดือน อยู่ที่ 0.31%

   สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนต.ค.ที่ปรับดีขึ้น เป็นตามราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศที่มีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ประกอบกับผลผลิตพืชผักได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ รวมถึงราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานแม้ยังหดตัวแต่ปรับสูงขึ้นจากเดือนก่อน

   อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าในหมวดข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ไข่และผลิตภัณฑ์นม หมวดเคหะสถาน หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล ปรับตัวลดลง

   “ เงินเฟ้อในเดือนนี้ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับเครื่องชี้วัดด้านอุปสงค์และอุปทานในประเทศ โดยอุปสงค์สะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ผักสด สุกร และยางพารา ด้านภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการใช้จ่ายภายในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่งผลให้ยอดการจัดเก็บโดยรวมกลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 3 เดือน”นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

   นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี (พ.ย.-ธ.ค.) มองว่าจะติดลบน้อยลง โดยทั้งไตรมาส 4/63 คาดว่าจะติดลบน้อยกว่า 0.4% 

   “จากตัวเลขที่เราติดตามดูตอนนี้ ทั้งแนวโน้มในไตรมาส 4 ก็เชื่อว่าทั้งปีเงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่ -8.5% โดยยังมีปัจจัยที่ติดตาม คือ ราคาน้ำมัน อาหารสดที่ยังเป็นตัวแปรสำคัญด้วย”นางสาว พิมพ์ชนก กล่าว

   นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับดีขึ้น โดยคาดว่าจะหดตัวในอัตราที่น้อยลง ตามความต้องการอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเพิ่มวันหยุด โครงการเที่ยวด้วยกัน ช้อปดีมีคืน และโครงการคนละครึ่ง ที่จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบในช่วงที่เหลือของปี

   นอกจากนี้ ราคาอาหารสดบางชนิด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้สด ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตามปริมาณผลผลิตและความต้องการของตลาด ประกอบกับฐานราคาในปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงาน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ อาจจะเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป

   สำหรับสมมติฐานในการคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ โดยคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ติดลบ 7.6 ถึงติดลบ 8.6% โดยอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น้ำมันดิบดูไบทั้งปี 35-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งปี 30.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์

   นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม ต.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 44.6 จากระดับ 45.1 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 37.2 มาอยู่ที่ระดับ 36.4 คาดว่ามาจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 2 การเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่

   นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการสิ้นสุดของมาตรการพักชำระหนี้ และสถานการณ์การเมือง อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั้งโดยรวม ปัจจุบัน และอนาคตในเดือนนี้ สอดคล้องและมีทิศทางเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของธปท.ด้วย

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

CR:Efinancethai