การแพร่ระบาดของโรคเผยช่องว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สิงคโปร์, 27 ตุลาคม 2020. โดย เดนิส ฮิว.

ในเดือนมกราคมปีนี้ เมื่อพวกเรารับรู้ปัญหาจาก Covid-19 ก่อนที่ไวรัสจะเข้ามาครอบงำชีวิตและเศรษฐกิจของพวกเรา ผมได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับอันตรายจากการพึ่งพาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มาเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่มากเกินไป

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีความสำคัญในตัวเองและได้รับการพัฒนาจากความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจตัวใดที่น่าเชื่อถือได้ นับเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความยากจนและการสร้างชีวิตดีของมนุษย์ แต่การเรียกร้องสำหรับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปีที่แล้วหน่วยสนับสนุนนโยบายของ APEC ได้ชี้ให้เห็นจุดบอดของการใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

ในฐานะผู้กำหนดวาระการประชุม มาเลเซียได้เสนอวาระ improving the narrative of trade เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม เพราะในปี 2020 เป้าหมายโบกอร์ (the Bogor Goals) ที่สนับสนุนการค้า การลงทุนเสรีและการเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะสิ้นสุดลง สภาพการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นความสำคัญของการประชุมในครั้งนี้เพื่อลำดับความสำคัญของวาระและเป้าหมายทางเศรษฐกิจขององค์กรขึ้นใหม่ ด้วยเหตุนี้การประชุมครั้งนี้ มาเลเซียจึงพยายามเป็นผู้นำในการหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจนอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

ขณะที่การแพร่ระบาดเกิดขึ้นและรัฐบาลในภูมิภาคสนใจและทุ่มเททรัพยากรแก้ไขปัญหา แต่มาเลเซียก็พยายามผลักดันให้มีการพูดคุยปัญหาในเรื่องตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมีการประกาศในการเจรจากรอบนโยบาย SOM ของเอเปคในสัปดาห์ก่อน ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกี่ยวข้องกันเชื่อมโยงกัน

การแพร่ระบาดของ Covid-19 เพิ่มความจำเป็นในการค้นหาวิธีชี้วัดในสิ่งที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไม่สามารถทำได้ เมื่อมีการกำหนดวาระการประชุมสำหรับปี 2020 และการปกป้องความต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการค้า มาเลเซียจึงอ้างอิง “ข้อถกเถียงที่มากขึ้นของความไม่เท่าเทียมกัน” วาระดังกล่าวถูกเขียนขึ้นในปี 2019 และถกเถียงในวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าสงสัยอีกต่อไป เมื่อในปีที่ผ่านมาเป็นผลจากความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มมากขึ้น Covid-19 ถือได้ว่าเป็นดิสรัปชั่นที่สำคัญ เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและผลกระทบยังรุนแรงขึ้นจากเงื่อนไขที่มีมาก่อน เช่น ความยากจน ความไม่มั่นคงด้านอาหารและการไม่สามารถเข้าถึงการสาธารณสุขได้

          ยกตัวอย่าง พวกเราทราบกันดีว่าภูมิภาคของเรามีค่าใช้จ่ายร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ สิ่งนี้แสดงให้เห็นความขาดแคลนของโรงพยาบาลในการรับมือโรคระบาด โดยเฉพาะการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน สิ่งที่น่ากังวลยิ่งขึ้น คือ ดรากำลังเผชิญหน้ากับการติดเชื้อระลอกที่สองที่กำลังเกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของโลก

ภาวะชะงักงันของการทำงานเป็นปัญหาแทรกซ้อนที่สำคัญของการแพร่ระบาดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ผู้สูงวัยจำนวนมากถูกบังคับให้ออกจากตลาดแรงงาน เนื่องจากความกังวลภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้มีแนวโน้มที่ผู้หญิงและคนหนุ่มสาวจะถูกเลิกจ้างงาน เราทราบกันดีว่าผู้หญิงที่ทำงานจากที่บ้านต้องแบกรับความรับผิดชอบกิจการในบ้านและงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต สภาพการณ์เหล่านี้อาจจะจูงใจให้บริษัทที่มีการจ้างงานผู้หญิงไปลงทุนในระบบอัตโนมัติมากขึ้นแทน

          เรารู้ว่าการแพร่ระบาดของโรคทำให้กลุ่มคนชายขอบและคนยากจนเกิดความหวาดกลัวทางสาธารณสุขและความอันตรายทางเศรษฐกิจและธุรกิจขนาดเล็กตกอยู่ในอันตรายมากกว่าการดำเนินการของธุรกิจขนาดใหญ่

          ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไม่ได้ชี้ให้เราเห็นการกระจายของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และมองให้ไกลกว่านั้นเพื่อความเข้มแข็งขึ้น เมื่อเราสำรวจนโยบายเพื่อแก้ไขความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมและเศรษฐกิจ

          ยังไม่นับรวมต้นทุนของมลพิษหรือความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เป็นการชี้วัดที่มีประโยชน์หลังการระบาดครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ปัญหาขยะมูลฝอยทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

          นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศยังไม่สามารถวัดมูลค่าของการบริการที่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมีส่วนสำคัญมากในปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังอยู่กับเราและจะมีบทบาทในชีวิตของเราต่อไป Covid-19 เป็นเพียงปัจจัยเร่งการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล

          การทำงานเพื่อขยายคำจำกัดความและการวัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหม่ของเอเปคทั้งหมด ยุทธศาสตร์การเติบโตของเอเปคทำให้เราเริ่มต้นแสวงหาการเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม ยั่งยืน สร้างสรรค์และมั่นคงเมื่อ 10 ปีก่อน นับแต่นั้นเป็นต้นมา เราจึงได้เห็นความคิดริเริ่มต่าง ๆ เช่น ยุทธศาสตร์ 2015 เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Strategy for Strengthening Quality Growth 2015) และวาระการดำเนินการปี 2017 เพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเงินและการรวมกลุ่มทางสังคม (Action Agenda on Advancing Economic, Financial, and Social Inclusion 2017) เช่นเดียวกับโครงการริเริ่มหลายโครงการที่มุ่งเน้นการรวมกลุ่ม ซึ่งมีความสำคัญในยุคสมัย Covid-19 มากกว่าที่เราคิด เมื่อวาระเหล้านี้ถูกนำขึ้นโต๊ะเพื่อการหารือในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้นำ

ถือเป็นเรื่องที่เท่าทันเวลาที่มาเลเซียหยิบยกข้อถกเถียงการหาตัวชี้วัดที่มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งอยู่ในความสนใจของเอเปคด้วย Covid-19 จึงไม่ควรเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนความใจของเราออกจากโครงการทางเศรษฐกิจระยะยาว เราควรรีบเร่งในทุกประการ พวกเราต้องการเครื่องมือวัดผลทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและตัวชี้วัดใหม่ ๆ เพื่อสร้างนโยบายของโลกใหม่และรับมือกับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้น

แปลและเรียบเรียง โดย คณะทำงานศูนย์เอเปค-ไทย สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มาของข่าว: https://www.apec.org/Press/Blogs/2020/1026_GDB

ที่มาของภาพ: https://www.apec.org/-/media/Images/Blog/2020/1026_GDP.jpg?h=617&w=925&la=en&hash=CB996E83D45EAD7DB7B83EED1848417FB6ED1891