อังกฤษเตรียม ‘ล็อกดาวน์’ ภูมิภาคลิเวอร์พูล

จันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 11.30 น. เดลินิวส์

ภูมิภาคลิเวอร์พูลจะเป็นพื้นที่แห่งแรกของสหราชอาณาจักร ซึ่งจะอยู่ภายใต้ “เทียร์ 3” ที่เท่ากับ “การล็อกดาวน์” ภายใต้มาตรการควบคุมทางสังคมแบบใหม่ตามแนวทางของรัฐบาลกลาง เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า คณะผู้บริหารภูมิภาคลิเวอร์พูลของสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับผลการหารือกับรัฐบาลกลางในกรุงลอนดอน เพื่อเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมตามเงื่อนไขใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เตรียมประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ว่าภูมิภาคลิเวอร์พูล ประกอบด้วยเขตลิเวอร์พูล ฮัลตัน โนว์สลีย์ เซฟตัน เซนต์ เฮเลนส์ และเวอร์รัล “จะอยู่ภายใต้เทียร์ 3” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ถือเป็นภูมิภาคแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่จะเข้าสู่มาตรการดังกล่าว

Sky News

แม้รัฐบาลยังไม่เคยให้แนวทางอย่างชัดเจนมาก่อน ว่ามาตรการของเทียร์ 3 จะเป็นอย่างไร แต่ไม่เคยปฏิเสธรายงานของสื่อท้องถิ่นหลายแห่ง ซึ่งให้ข้อมูลไปในทางเดียวกัน ว่ารวมถึงการห้ามไปมาหาสู่ระหว่างครัวเรือน การจำกัดการรวมตัวนอกเคหสถาน การปิดบริการ “สถานที่ไม่จำเป็น” เช่นผับ บาร์ และฟิตเนส และการห้ามเดินทางเข้าและออกจากพื้นที่อยู่ภายใต้เทียร์ 3 ยกเว้นมีกิจฉุกเฉินหรือจำเป็นในระดับสูงสุด

Sky News

  ทั้งนี้ พื้นที่เทียร์ 3 หรือ “พื้นที่สีแดง” หมายถึงบริเวณซึ่งอัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ในรอบ 7 วันล่าสุด สูงกว่า 50 ต่อประชากร 100,000 คน โดยสื่อหลายแห่งระบุว่า ผู้นำสหราชอาณาจักรจะให้คำนวณในรอบ 7 วันจนถึงวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา

  รองลงมาคือ “เทียร์ 2” ใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ คือพื้นที่ซึ่งค่าไออาร์ในรอบ 7 วันล่าสุด อยู่ที่ระหว่าง 20 ถึง 50 ต่อประชากร 100,000 คน และระดับต่ำที่สุดคือ “เทียร์ 1”  มีสัญลักษณ์คือสีเขียว หมายถึงบริเวณซึ่งค่าไออาร์ในรอบสัปดาห์ล่าสุด “น้อยกว่า 20” ต่อประชากร 100,000 คน

  อนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรรายงานสถิติโรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด คือจนถึงช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ยืนยันผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 603,716 คน เพิ่มขึ้น 12,872 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 42,825 คน เพิ่มขึ้น 65 คน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR:เดลินิวส์