รัฐบาลญี่ปุ่นแจกเงิน 6 แสนเยน กระตุ้นคู่รักเร่งแต่งงานสร้างครอบครัว

วันที่ 23 กันยายน 2563 – 16:02 น. ประชาชาติธุรกิจ

(Photo by CHARLY TRIBALLEAU / AFP)

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนเงิน 600,000 เยน ให้กับคู่แต่งงานใหม่สร้างครอบครัว เร่งสร้างประชากรเกิดใหม่แก้ปัญหาสังคมสูงวัย

เจแปนไทม์ รายงานว่า คู่บ่าวสาวที่แต่งงานใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 6 แสนเยน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสร้างครอบครัวใหม่ ทั้งค่าเช่าบ้าน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนแต่งงานและมีลูกมากขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาสังคมผู้สูงอายุและมีประชากรเกิดใหม่ลดลง ขณะที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแต่งงานช้าหรือเลือกครองสถานภาพโสด

สำหรับคู่แต่งงานที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 600,000 เยน ทั้งสามีและภรรยาต้องมีอายุขั้นต่ำ 40 ปี วันที่จดทะเบียนสมรสและมีรายได้รวมกันไม่เกิน 5.4 ล้านเยนต่อปี (ประมาณ 1.6 ล้านบาท) และผู้ที่มีอายุ 35-40 ปี และมีรายได้รวมกันไม่เกิน 4.8 ล้านเยนต่อปี (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) จะได้เงินช่วยเหลือ 300,000เยน

ทั้งนี้คู่แต่งงานที่จะได้รับเงินสนับสนุนตามนโยบายดังกล่าว จะต้องอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลท้องถิ่นที่ตกลงเข้าร่วมใช้โครงการแต่งงานใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานท้องถิ่นตกลงเข้าร่วมเพียง 281 แห่ง หรือคิดเป็น 15% ของทั้งประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นต้องร่วมแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วยครึ่งหนึ่ง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณเพียงครึ่งเดียว อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนว่าในปี 2021 จะเพิ่มสัดส่วนการสนับสนุนเงินงบประมาณเป็น 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นโยบายนี้เป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนแต่งงานและมีลูกมากขึ้น ซึ่งจากสถิติปัจจุบันพบว่า อัตราการมีบุตรของสาวญี่ปุ่น 1 คน อยู่ที่ 1.36 เท่านั้น และปี 2019 ที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีประชากรเกิดใหม่เพียง 865,000 คน ถือเป็นสถิติต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

จากสถิติที่สำรวจโดยสถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมของประเทศญี่ปุ่น (the National Institute of Population and Social Security Research) เมื่อปี 2015 พบว่า แรงจูงใจทางเศรษฐกิจถือได้ว่ามีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้ชาวญี่ปุ่นตัดสินใจแต่งงานเพิ่มขึ้น โดยชายโสดอายุ 25-34 ปี กว่า 29.1 % และหญิงโสดอายุ 25-34 ปี กว่า 17.8% มองว่า การขาดแคลนเงินทุนเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเป็นโสดมากกว่าแต่งงาน

CR:ประชาชาติธุรกิจ