ศูนย์วิจัยกสิกรฯคาดส่งออกไทยปีนี้หดตัว 12% ทั่วโลกยังคุมโควิด-19ไม่ได้

25 ส.ค. 63 8:27: น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ส่งออกไทยในเดือนก.ค. 2563 อยู่ที่ 18,819 ล้านเหรียญฯ หดตัวร้อยละ 11.4 YoY อย่างไรก็ดี หากหักสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธฯ การส่งออกจะหดตัวที่ร้อยละ 13.0 YoY โดยการส่งออกทองคำพลิกกลับมาขยายตัวในเดือนก.ค. ที่ร้อยละ 37.2 YoY ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

  ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามภาวะเศรษฐกิจโลกและการบริโภคในต่างประเทศที่ชะลอตัวลง

  ในขณะที่สินค้าที่การส่งออกยังคงขยายตัวได้ยังคงเป็นสินค้ากลุ่มเดิมที่มีการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน เช่น ทูน่ากระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง ถุงมือยาง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ส่งผลให้ 7 เดือนแรก การส่งออกไทยหดตัวร้อยละ 7.7 YoY

  หากพิจารณารายตลาดส่งออกของไทย พบว่า สหรัฐฯ เป็นเพียงตลาดหลักตลาดเดียวที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยขยายตัวเป็นบวกในเดือนก.ค. 2563 ที่ร้อยละ 17.8 YoY โดยการส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดีเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จากการการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางที่เพิ่มขึ้นมากเป็นสำคัญ

   ขณะที่การส่งออกของไทยไปยังจีนพลิกกลับมาหดตัวเล็กน้อยในเดือน ก.ค. 2563 ที่ร้อยละ 2.7 YoY เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ รวมทั้งปัญหาอุทกภัยในแหล่งการผลิตสำคัญอย่างมณฑลอู่ฮั่น โดยสินค้าหลักที่หดตัวสูง ได้แก่ เม็ดพลาสติก รถยนต์ และยางพารา

  ทั้งนี้ แม้ว่าการส่งออกไทยในเดือนก.ค. จะหดตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 2 เดือนก่อนหน้า แต่ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ประกอบกับมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการการส่งออกสินค้าไทยในปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวที่ร้อยละ 12.0 YoY จากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ -6.1 YoY

  โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่การพัฒนาวัคซีนแม้ว่าจะมีความคืบหน้าไปบ้าง แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงและคาดว่าจะใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะสามารถผลิตออกมาใช้อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเสี่ยงอย่างมาก

  ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่พร้อมจะถูกนำมาโยงกับสงครามการค้าได้ทุกเมื่อ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันการค้าและเศรษฐกิจโลกต่อไปในระยะข้างหน้า

  นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าตามแนวโน้มการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะอีกปัจจัยกดดันภาคการส่งออกของไทยช่วงที่เหลือของปีนี้ อนึ่ง การนำเข้าของไทยเดือนก.ค. หดตัวในอัตราที่เร่งขึ้นที่ร้อยละ 26.4 YoY โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปหดตัวที่ร้อยละ 24.1 YoY สะท้อนถึงยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกในช่วงสิ้นปีจะยังหดตัวอยู่

เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

CR:Efinancethai