ก้าวไปอีกขั้นกับความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

การประชุมออนไลน์, 24 สิงหาคม 2020 โดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและเจ้าหน้าที่จากสมาชิกเอเปคเร่งผลักดันความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้าง เพื่อเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

ดร.เจมส์ ดิง (Dr.James Ding) ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจเอเปคอธิบายว่า “การปฏิรูปโครงสร้างที่ก้าวหน้าเป็นความสนใจที่ต่อเนื่องสำหรับเอเปค ในภารกิจการพัฒนาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปเชิงโครงสร้างจะทำให้เกิดบรรยากาศทางธุรกิจดีขึ้นและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ” นอกจากนี้ “การระบาดของไวรัสโควิด-19 ผลักดันให้ผู้กำหนดนโยบายทั่วภูมิภาคเร่งความพยายามเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ทั้งผู้คนและธุรกิจกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง”

การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเปคถูกคาดว่าจะลดลง 3.7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020 ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียผลผลิตทั้งหมดอยู่ที่ 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สมาชิกเอเปคเริ่มใช้มาตรการทางการเงินที่สำคัญและมีเป้าหมายที่หลากหลายตั้งแต่ร้อยละ 1 ถึงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพื่อจัดการกับผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ว่าจะมีการกระตุ้นทางเศรษฐกิจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อตอบสนองต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ แต่วิกฤตก็ยังคงดำเนินต่อไป

ดร.ดิงยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เนื่องจากมีธุรกิจจำนวนมากขึ้นที่ต้องเผชิญหน้ากับการปิดกิจการอย่างถาวร ตัวเลขการว่างงานที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านสุขภาพยังอยู่ในระดับสูง เราจึงจำเป็นต้องปรับปรุงนโยบายและข้อบังคับปัจจุบันของเราอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุข การคุ้มครองทางสังคม การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและการเติบโตที่ครอบคลุม”

การก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเสริมพลังให้กับธุรกิจและชุมชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้เป็นจุดสนใจของภูมิภาค ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญได้หารือวิธีที่พวกเขาจะอำนวยความสะดวกในการทำงานของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและกฎหมายและการปฏิรูปกฎระเบียบ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และกฎหมายว่าด้วยการแข่งขัน

“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราสัมผัสได้ถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงและตอนนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งนั้นประสบความสำเร็จ เราต้องสร้างความมั่นใจว่าเมื่อเราก้าวไปสู่วาระเศรษฐกิจดิจิทัล เราจะสร้างขีดความสามารถทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและสามารถจำกัดช่องว่างของเศรษฐกิจดิจิทัลให้แคบลงด้วย ด้วยวิธีนี้เราจึงสามารถส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคนในสังคมในระบบเศรษฐกิจของเรา รวมทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงด้วย” ดร.รีเบคก้า สตา มาเรีย (Dr.Rebecca Sta Maria) ผู้อำนวยการบริหารสำนักเลขาธิการเอเปกกล่าว

สมาชิกของเอเปคยังได้ทบทวนความคืบหน้าของมาตรการการส่งเสริมให้เปิดกว้างมากที่ขึ้น ตลาดที่โปร่งใส มีการแข่งขันที่ดีและเพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกส่วนของสังคมและนโยบายสังคมที่ยั่งยืน

ดร.ดิงสรุปว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาวาระการปฏิรูประยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของสมาชิกต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต”

ภายใต้การต่ออายุวาระเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างของเอเปคได้สร้างวาระที่ครอบคลุมและใช้ความพยายามอยากมากเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2015 แผนการนี้กำลังดำเนินเพื่อเศรษฐกิจของสมาชิกไปสู่ความแข็งแกร่ง วาระการปฏิรูปนี้จะสิ้นสุดลงในปี 2020 โดยคณะทำงานของเอเปคกำลังตรวจสอบรายงานความคืบหน้าขั้นสุดท้ายและการวางแผนสำหรับวาระการปฏิรูปโครงสร้างครั้งต่อไปหลังปี 2020

ที่มาข่าว: https://www.apec.org/Press/News-Releases/2020/0824_EC

ที่มารูปภาพ: https://www.apec.org/-/media/Images/NewsRelease/2020/0824_EC.jpg?h=617&w=925&la=en&hash=6FE4F4EEA7661A7C4C4FB17DD42CF5029CB73CFC

แปลและเรียบเรียงโดย คณะทำงานโครงการ APEC Watch ศูนย์เอเปค-ไทย สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์