จีดีพีสิงคโปร์ไตรมาสสองปีนี้ ‘ถดถอยกว่าเดิม’

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563 เวลา 10.54 น. เดลินิวส์

ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์เมื่อไตรมาสที่สอง หดตัวเกือบ 43% มากกว่าที่มีการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ว่าสัญญาณของการฟื้นตัว “ยังต้องใช้เวลาอีกนานมาก”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่ากระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ออกรายงานเมื่อวันอังคาร ปรับตัวเลขทางเศรษฐกิจประจำไตรมาสที่สอง ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) หดตัว 42.9% จากไตรมาสแรก หรือหดตัว 13.2% เมื่อเทียบแบบรายปี ถือเป็นสถิติเลวร้ายลงจากที่ประกาศเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ว่าจีดีพีของไตรมาสที่สองหดตัว 41.2% จากไตรมาสแรก และคำนวณแบบรายปีถือว่าหดตัว 12.6%

  ทั้งนี้ สถิติที่ออกมาใหม่ไม่เพียงเป็นการตอกย้ำ “ภาวะถดถอยทางเทคนิค” เนื่องจากจีดีพีติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน แต่ยังถือเป็น “สัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นอีก” ให้กับบรรดาประเทศร่วมทวีป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากสถิติที่ออกมาถือว่าเป็นถดถอยทางเศรษฐกิจมากที่สุด นับตั้งแต่การสถาปนาประเทศเมื่อ 55 ปีที่แล้วด้วย

แม้เป็นประเทศขนาดเล็กมาก จากการเป็นเกาะมีพื้นที่เพียง 725 ตารางกิโลเมตร แต่เศรษฐกิจของสิงคโปร์มีมูลค่ามากถึง 362,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11.25 ล้านล้านบาท  ) ตามการประเมินของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เมื่อปี 2561 หลายฝ่ายจึงถือให้เป็นหนึ่งใน “ดัชนีชี้วัด” เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของทวีปเอเชียในภาพรวม

อนึ่ง รัฐบาลสิงคโปร์เผยแพร่รายงานเมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ว่าในสถานการณ์ “เลวร้ายน้อยที่สุด” จะหดตัวที่ 5% แต่ในสถานการณ์ “เลวร้ายมากที่สุด” เศรษฐกิจอาจหดตัวมากถึง 7% อันเนื่องมาจากวิกฤติโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

  สำหรับการหดตัวตลอดทั้งปีของเศรษฐกิจสิงคโปร์ เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2544 ด้วยสถิติติดลบ 1.1% เป็นผลกระทบจากวิกฤติวายทูเค และย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น 3 ปีคือเมื่อปี 2541 เศรษฐกิจของสิงคโปร์หดตัวทั้งปีที่ระดับ 2.2% ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR:เดลินิวส์