กระบวนการเป็นดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและวิสาหกิจย่อม (MSME) ในช่วงเวลาของ COVID-19

สิงคโปร์, 27 กรกฎาคม 2020 โดย อันเดร เวียร์โจ

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้โลกหยุดชะงัก โดยคนส่วนใหญ่ถูกบังคับให้อยู่บ้านและทำงานในบ้านเนื่องจากมาตรการกักกันและการล็อคดาวน์ของภาครัฐ ไม่มีช่วงเวลาอื่นใดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกลายเป็นรูปแบบการสื่อสารที่สำคัญสำหรับคนทั่วไป แพลตฟอร์มอย่าง Microsoft Teams, Zoom และ Tencent Meeting เป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้ในครัวเรือน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า“ new normal”

เมื่อเราจะมองไปข้างหน้า จะเห็นได้ว่าเครื่องมือดิจิทัลจะกำหนดรูปแบบเศรษฐกิจโลกหลังจากที่โควิด -19 ซึ่งเป็นมากกว่าความจำเป็นสำหรับระบบการสื่อสารที่เหมาะสมที่สุด ตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมอาหารออนไลน์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มการจัดส่งสำหรับอาหารและร้านขายของชำ เช่น Deliveroo, Meituan Waimai และ Amazon

ผลกระทบของเครื่องมือดิจิทัลมีต่อครัวเรือนอย่างแน่นอน รัฐบาลทุกแห่งต่างหันมาใช้สิ่งเหล่านี้เพื่องานด้านนโยบายที่จำเป็น กระทั่งธุรกิจต่าง ๆ อำนวยความสะดวกในการดำเนินงานออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล คือ บทบาทในการจัดการกับ COVID-19 ที่เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่การติดตามพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับโรคและการติดตามภาวะต่อเนื่อง จนถึงการอัปเดตข้อมูลและการตรวจสอบที่ทันท่วงที การระบาดของโรคยังทำให้การสื่อสารทางไกลและการให้คำปรึกษาทางออนไลน์เป็นเรื่องปกติ ในขณะที่โรงพยาบาลปรับปรุงขีดความสามารถของตน โดยการย้ายไปใช้ระบบออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาและช่วยลดภาระในระบบการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติได้พิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่าในทางปฏิบัติโดย บริษัทอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างที่ป้องกันใบหน้า (face shields) ชุด PPE และอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป

แม้ว่าเทคโนโลยีจะมีประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องตระหนักว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้นำมาซึ่งปัญหาและข้อบกพร่องเกี่ยวข้องกับดิจิทัลบางประการ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน เช่น ข่าวปลอมและข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับโรคยังคงเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสามารสื่อถึงความแตกต่างระหว่างการเปิดใหม่ที่ปลอดภัยและการแพร่ระบาดที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้แฮกเกอร์ยังใช้ประโยชน์จากการใช้เครื่องมือการประชุมทางวิดีโอที่เพิ่มขึ้นของผู้คนเพื่อขัดขวางการโทรและโปรแกรมที่กำลังดำเนินอยู่

ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติบางตัวใช้อัลกอริทึมที่จัดประเภทสินค้าบางอย่างผิดพลาดว่าไม่จำเป็นส่งผลให้วันที่จัดส่ง ผลคือถูกส่งกลับโดยมีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้ขายและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มการจัดส่งที่ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ โดยการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นที่สูงสำหรับบริการของพวกเขาไปที่มีอัตรากำไรน้อยอยู่แล้ว

ความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่คาดการณ์ล่วงหน้าและที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการกล่าวถึงในรายงานนโยบายเศรษฐกิจเอเปคปี 2019 (the 2019 APEC Economic Policy Report: AEPR) เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างและเศรษฐกิจดิจิทัล การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทำให้เห็นได้ว่าการกำหนดมาตรการเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในขณะที่เราก้าวไปข้างหน้า ขั้นต่อไป คือ ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เช่น เพื่อให้การคุ้มครองทางสังคมที่ดีขึ้นแก่คนงานในยุคระบบเศรษฐกิจแบบเสรีซึ่งผู้ทำงานเข้าไปทำงานในโปรเจกต์ระยะสั้น (gig economy) หรือการขยายประกันการว่างงานให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความซบเซาของธุรกิจในวงกว้าง

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ค้นคว้าวัคซีน ผลกระทบของ COVID-19 ต่อเศรษฐกิจในเอเปกจะยังคงมีอยู่อีกระยะหนึ่ง เราจึงจำเป็นต้องทำการปรับเปลี่ยนที่จำเป็น ข้อเสนอแนะที่สำคัญอย่างยิ่งในบทสรุปนโยบายโดยหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเอเชีย คือ องค์กรขนาดเล็กขนาดเล็กและขนาดกลาง (MSMEs) นำธุรกิจของตนเข้าสู่โลกออนไลน์ รวมทั้งผู้บริโภคจะเปลี่ยนพฤติกรรมและนิยมช่องทางออนไลน์มากขึ้น ธุรกิจขนาดเล็กจึงจำเป็นต้องย้ายไปช่องทางออนไลน์เช่นกัน เพื่อความอยู่รอด

ธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือที่แน่นอนจากรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบายของเราจำเป็นต้องสนับสนุนและเสริมสร้างการเคลื่อนไหว โดยอำนวยความสะดวกในการนำการแก้ไขทางดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงมาใช้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถดำเนินงานทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้น การทำเช่นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญในขณะนี้ เนื่องจาก MSMEs หลายแห่งต้องปิดตัวลง เราต้องระลึกไว้ว่าธุรกิจขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเปค โดยมีส่วนร่วมระหว่างร้อยละ 40 ถึง 60 ต่อ GDP ของเศรษฐกิจ มีอัตราการจ้างงานประมาณร้อยละ 60 ของคนงานทั้งหมดในสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจของเอเปค ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจเกือบ 150 ล้านแห่งเป็นธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาค

MSMEs เหล่านี้มีได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุด เช่น วิกฤตสาธารณสุขในครั้งนี้ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วกลุ่ม MSMEs มีทรัพย์สินน้อย มีเงินสดสำรองที่จำกัดและผลผลิตในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่กว่า ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจ MSMEs ต้องจัดการกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น การประกันการชำระหนี้ ค่าเช่าและค่าจ้างพนักงานซึ่งสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรที่มีอยู่ การกำหนดเป้าหมายธุรกิจเหล่านี้เพื่อบรรเทาทุกข์ควรยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินการของเศรษฐกิจเอเปค แต่สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ การช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ MSMEs ในการเข้าสู่ระบบออนไลน์และช่วยรักษาสภาพคล่องเพื่อให้ยังสามารถแข่งขันต่อไปได้

เพื่อให้การสนับสนุนเกิดขึ้น ผู้กำหนดนโยบายต้องพัฒนาการประสานงานและพูดคุยกับภาคเอกชนในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

– การส่งเสริมการรู้เรื่องดิจิทัล

– อำนวยความสะดวกให้ MSMEs เข้าถึงอุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและระบบออนไลน์ได้

– เตรียมความพร้อมให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการ

– ส่งเสริมต้นทุนข้อมูลที่มีราคาถูกสำหรับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

– ช่วยให้ MSME สามารถเข้าถึงทั้ง mobile money และ fintech ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– การพัฒนาความไว้วางใจแนวทางแก้ปัญหาแบบดิจิทัล

– แก้ไขปัญหาการแข่งขัน

– ส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนทั่วทั้งเอเปค

มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ MSMEs มีส่วนร่วมกับลูกค้าในการจัดการธุรกรรมที่ปลอดภัยตลอดจนการส่งมอบสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้จึงช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงแหล่งรายได้ใหม่ ๆ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการลดต้นทุน อย่างไรก็ตามผู้กำหนดนโยบายควรตระหนักว่าการริเริ่มต้องเป็นระบบการแทรกแซงใน 2 แง่มุม คือ 1) ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กมีความสะดวกในการดำเนินงานในโลกดิจิทัล ในขณะที่ 2) ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถปรับตัวและผ่านความท้าทายของระบบดิจิทัลได้

ประสบการณ์จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้โลกเห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเศรษฐกิจให้ดำเนินไปในช่วงวิกฤตสาธารณสุข และขึ้นอยู่กับปัจจัยความสามารถในการรับมือของธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาคในเวลานี้ เอเปคจำเป็นต้องสนับสนุนความคิดริเริ่มที่จะให้ MSMEs เป็นดิจิทัล ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่าการปรับเปลี่ยนระบบดิจิทัลนี้ยังคงยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นการปฏิรูปที่จำเป็น

ที่มาของข่าว: https://www.apec.org/Press/Blogs/2020/0727_COVID

ที่มาของรูปภาพ: https://www.apec.org/-/media/Images/Blog/2020/0727_COVID.jpg?h=617&w=925&la=en&hash=622E283CC8E32DC0843907DDFB5106D6F9F71897

แปลและเรียบเรียงโดยคณะทำงาน APEC Watch ศูนย์เอเปค-ไทย สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์