จีดีพีอินโดฯปีที่แล้วชะลอตัวเกินคาด ปีนี้เจอไวรัสอู่ฮั่น

พุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 14.44 น. เดลินิวส์

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของอินโดนีเซียเมื่อปี 2562 ต่ำกว่าที่มีการประเมินและลดลงจากปีก่อนหน้านั้นมาก ขณะที่สถานการณ์ในปีนี้ไม่สู้ดีตั้งแต่ต้นปี ด้วยผลกระทบจากวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติของอินโดนีเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ตลอดปีที่แล้ว ขยายตัวที่ระดับ 5.02% ลดลง 0.15 จุดจากสถิติเมื่อปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 5.17%  ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 และยังต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้พอสมควร คือ 5.3% โดยการวิเคราะห์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติให้น้ำหนักไปที่การส่งออกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มและถ่านหินที่ไดรับผลกระทบอย่างมากจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และข้อพิพาททางการเมืองระหว่างมาเลเซียกับอินเดีย ที่บานปลายมาสู่การค้า

ขณะที่ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) ออกรายงานเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ว่าวิกฤติไฟป่าทั่วอินโดนีเซียเมื่อปี 2562 สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศมากถึง 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 162,060.6 ล้านบาท ) กระนั้นนายซูฮาริยันโต ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติของอินโดนีเซีย กล่าวถึงรายงานดังกล่าว ว่าท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบนอกที่กดดันอย่างหนัก การที่เศรษฐกิจของอินโดนีเซียซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถ “รักษาระดับ 5.0%” เอาไว้ได้ “ถือว่าดีมากแล้ว”

  แม้ในอินโดนีเซียยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธฺใหม่ อย่างไรก็ตาม การที่จีนใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมการเดินทางของพลเมืองที่มีมากถึง 1,400 ล้านคน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดที่เมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์นั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินโดนีเซียอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อนึ่ง ก่อนเกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้ โดยเฉลี่ยอินโดนีเซียต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจนประมาณและ 2 ล้านคน แต่นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดในจีนและรัฐบาลปักกิ่งเริ่มควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศของพลเมืองนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง “ฮวบฮาบ” และยังมีความชัดเจนด้วยว่า สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์