อนามัยโลกโต้งานวิจัย ผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่น 'ไม่มีอาการป่วย'

พุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.18 น. เดลินิวส์

องค์การอนามัยโลกปฏิเสธรายงานวิจัยหลายชิ้น ว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “ไม่แสดงอาการป่วย” แต่ยอมรับว่าในบางรายอาจ “แสดงอาการเบาบางมาก” จนเทคโนโลยีตรวจไม่พบ และย้ำว่าการสวมหน้ากากอนามัย “ช่วยไม่ได้” ตราบใดที่ไม่รักษาความสะอาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่าพญ.ซิลวี ไบรแอนด์ หัวหน้าฝ่ายเตรียมการรับมืออันตรายจากโรคติดเชื้อขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันอังคาร ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากจีน ณ เวลานี้ “คือโรคระบาด” แต่ยังไม่ถือเป็น “โรคระบาดกระจายทั่วไป” ที่หมายถึงการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในหลายประเทศ หลายทวีป หรือแทบทุกประเทศบนโลก แม้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อโรคอยู่ในระดับสูงและรวดเร็วในมณฑลหูเป่ย์ แต่สถานการณ์ในมณฑลอื่นของจีน “เป็นแบบประปราย” และ “อยู่ในวงจำกัด”

ขณะเดียวกัน พญ.ไบรแอนด์ปฏิเสธผลงานวิจัยหลายชิ้น ที่ระบุการติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ โดยบุคคลที่ 1 “ไม่แสดงอาการ” ว่าไม่ว่าอย่างไรผู้ติดเชื้อ “ต้องแสดงอาการ” เพียงแต่ในกรณีของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีต้นกำเนิดที่เมืองอู่ฮั่นนั้น อาการเริ่มต้นของผู้ป่วยบางคน “ชัดเจนน้อยมาก” จนเทคโนโลยียังตรวจไม่พบ

  เกี่ยวกับการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พญ.ไบรแอนด์กล่าวว่าผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย “ต้องสวมหน้ากากอนามัย” แต่สำหรับบุคคลทั่วไปซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและอยู่ห่างจากผู้ป่วยมากนั้น การสวมหน้ากากอนามัย “ไม่อาจป้องกันได้ 100%” การล้างมือให้สะอาดและการรักษาสุขอนามัยพื้นฐานเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากโรคระบบทางเดินหายใจติดต่อด้วยการไอ การจาม และการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ตลอดจนการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ป่วย และการสัมผัสสิ่งของที่ผู้ป่วยสัมผัสโดยไม่ป้องกัน หรือไม่มีการทำความสะอาดสิ่งของนั้นหลังการสัมผัสโดยผู้ติดเชื้อ

  ทั้งนี้ พญ.ไบรแอนด์กล่าวว่า “ผู้คนทุกเพศและทุกวัย” สามารถติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือผู้สูงอายุ  ผู้มีโรคประจำตัว และผู้มีอาการผิดปกติด้านระบบภูมิคุ้มกัน.

เครดิตภาพ : AP, REUTERS

CR: เดลินิวส์