ค้าปลีกสหรัฐฯ ปิดตัว 9,300 แห่งในปี 2019

Dec 20, 2019( Last update Dec 20, 2019 11:51 ) VoiceTV

ร้านค้าปลีกในสหรัฐฯ อ่วม ทยอยปิดตัวไปแล้วอย่างน้อย 9,300 แห่ง หลังเจอพิษเศรษฐกิจตลอดปี 2019 แม้พฤติกรรมผู้บริโภคภายในประเทศจะอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม

CNN Business รานงานว่า ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมามีร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาประกาศปิดตัวไปแล้วทั้งสิ้น 9,302 แห่ง ซึ่งเป็นอัตราการปิดตัวที่พุ่งสูงขึ้นจากปี 2018 ถึง 59 เปอร์เซ็นต์ และเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ศูนย์วิจัย Coresight Research มีการทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2012

ข้อมูลการสำรวจนี้ได้ระบุด้วยว่าปี 2019 เป็นอีกหนึ่งปีที่การล้มละลายของธุรกิจรุนแรงขึ้นมาก บวกกับแรงกระเพื่อมของการทยอยปิดสาขาอย่างต่อเนื่องของเชนธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ภาคการค้าปลีกสหรัฐฯ เอาตัวรอดได้ยากเช่นกัน

Coresight เปิดเผยว่าธุรกิจที่เป็นที่รู้จักกันดีในสหรัฐฯ อย่าง Payless, Gymboree, Charlotte Russe และ Shopko ได้ยื่นล้มละลายและปิดสาขารวมกันไปมากถึง 3,720 แห่ง โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการล้มเหลวของบริษัท Payless ที่ยื่นล้มละลายไปถึง 2 ครั้งด้วยกัน โดยการยื่นล้มละลายครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบหนักให้กับร้านค้าปลีกราว 2,100 แห่ง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในการดำเนินธุรกิจดูเหมือนจะแย่ลงไปอีก CNN Business ชี้ว่าร้านค้าปลีกอีกหลายพันแห่งของสหรัฐฯ จะทยอยปิดตัวอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหลายปีต่อจากนี้ เพราะจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเฟื่องฟูของการค้าขายออนไลน์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระหนี้และค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่าที่เพื่อเปิดหน้าร้านสูงมาก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก UBS ระบุว่า แม้ผู้บริโภคจะมีการใช้จ่ายอย่างน่าพอใจตลอดปี 2019 ที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่สามารถพยุงสถานการณ์ของร้านค้าปลีกไว้ได้ เพราะปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดไปแล้ว 16 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ และจะเพิ่มสูงขึ้นไปเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ร้านค้าปลีกปิดตัวอีกราว 75,000 แห่งภายในระยะเวลา 7 ปีข้างหน้า โดย UBS คาดว่าน่าจะเป็นร้านขายเสื้อผ้า 20,000 แห่ง และร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 10,000 แห่ง

CR: VoiceTV