ไต้หวันลั่นไม่มีวันรับหลักการ ‘หนึ่งประเทศสองระบบ’

พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 12.12 น. เดลินิวส์

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน

ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวันกล่าวในวันชาติ 10 ต.ค. ปีนี้ ยืนกรานไม่มีทางยอมรับหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ไม่ว่าในอนาคตไต้หวันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน ( ไต้หวัน ) เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน แถลงสุนทรพจน์ที่จัตุรัสอิสรภาพ ในกรุงไทเป เมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องในโอกาสวันชาติ 10 ต.ค. มีสาระสำคัญในตอนหนึ่งว่า กองทัพไต้หวันมีความพร้อมในระดับสูงสุดเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทเปภายใต้การบริหารของเธอมีความเคารพและมอบเสรีภาพอย่างกว้างขวางและชัดเจนให้กับประชาชน ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวันซึ่งกำลังพยายามอย่างหนักในการรักษาตำแหน่งให้ได้ 2 สมัยติดต่อกัน ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนม.ค. ปีหน้า กล่าวด้วยว่าสถานการณ์การเมืองข้ามช่องแคบในตอนนี้บ่งชี้ว่า รัฐบาลปักกิ่ง “กำลังคุกคาม” หลักการบริหารแบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” โดยไม่เพียงแต่ข่มขู่ยัดเยียดรูปแบบการปกครองลักษณะดังกล่าวให้แก่ไต้หวันเท่านั้น แต่ยังดำเนินนโยบายการทูตและการทหารเชิงรุกต่อรัฐบาลไทเปด้วย โดยเธอน่าจะหมายถึงการที่ประเทศซึ่งเป็น “พันธมิตรทางการทูตอย่างเป็นทางการ” ลดลงอย่างต่อเนื่องในสมัยของเธอ และการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) ซ้อมรบใกล้กับน่านน้ำไต้หวันบ่อยครั้งขึ้นในปีนี้

Bloomberg TicToc

ขณะเดียวกัน ไช่กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เสรีภาพและประชาธิปไตยของไต้หวันกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก แต่ชาวไต้หวันทั้ง 23 ล้านคนมีฉันทามติร่วมกันอย่างแน่วแน่ ในการยืนหยัดด้วยตัวเอง และจะไม่มีทางอยู่ภายใต้อิทธิพลแบบหนึ่งประเทศ สองระบบ “อย่างเด็ดขาด” ไม่ว่าสังคมและการเมืองของไต้หวันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคตก็ตาม

CGTN

อนึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวในช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ครบรอบ 70 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่าแผ่นดินใหญ่จะธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และความรุ่งเรือง ให้กับฮ่องกงและมาเก๊า ตลอดจนการส่งเสริมความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ ที่หมายถึงไต้หวัน  ซึ่งความมุ่งมั่นทั้งหมดคือความพยายามสู่เป้าหมายสำคัญของ “การรวมชาติจีนให้เป็นหนึ่งเดียว”.

CR: เดลินิวส์