“ปากีฯ” ขับทูตกลับ “อินเดีย” ด้าน “โมดี” แจงเริ่มยุคใหม่ของ “แคชเมียร์”

วันที่ 9 August 2019 – 14:11 น – ประชาชาติธุรกิจ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า “ปากีสถาน” ได้ปรับลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับ “อินเดีย” กรณีที่อินเดียประกาศเพิกถอนมาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการยกเลิกสิทธิในการปกครองตนเองของ “รัฐจัมมูและแคชเมียร์” ของอินเดีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัฐบาลปากีสถานได้เชิญเอกอัครราชทูตของอินเดียออกจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน พร้อมทั้งระงับการเดินทางของ “โมอิน อูล ฮัก” (Moin-ul-Haq) นักการทูตปากีสถานที่จะไปรับตำแหน่งประจำกรุงเดลีของอินเดียคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง

“อิมราน ข่าน” (Imran Khan) นายกรัฐมนตรีของปากีสถานระบุว่า ปากีสถานจะใช้ทุกวิธีการทางการทูตเพื่อเปิดเผย “ระบอบการปกครองที่แบ่งแยกชนชั้นของอินเดีย และการคุกคามอัตลักษณ์และสิทธิมนุษยชน”

นอกจากนี้ปากีสถานยังระงับการทำการค้ากับอินเดีย รวมถึงเตรียมกองกำลังเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ และยังเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติพิจารณาต่อการกระทำของอินเดียดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ชาห์ เมห์มูด คูเรชิ (Shah Mahmood Qureshi) รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานระบุว่า ปากีสถานยังไม่ได้มองวิธีการทางการทหารเป็นทางเลือกหนึ่งในการโต้ตอบ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอินเดีย “นเรนทรา โมดี” (Narendra Modi) ได้แถลงข่าวถึงการตัดสินใจดังกล่าวว่า “การเพิกถอนมาตรา 370 เป็นการเริ่มต้นของยุคใหม่” เนื่องจากสถานะพิเศษของแคชเมียร์ถูกใช้เป็นอาวุธของปากีสถานเพื่อ “ปลุกระดมคนบางกลุ่ม” และตอนนี้อินเดียจะเข้าไปกำจัดการพื้นที่นี้ “อุปสรรคต่อการพัฒนาต้องถูกยกขึ้นมาแก้ไข” โมดีกล่าว

นายกรัฐมนตรีโมดีระบุว่า “จะมีการพัฒนาขึ้นมากมาย และพลเมืองทุกคนยังคงมีสิทธิเสรีภาพ” โดยจะมีการพัฒนาเชื่อมโยงโครงสร้างทางรถไฟและถนนที่ดีขึ้นและ “ชาวแคชเมียร์ควรรับผิดชอบในการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง” และยังจะมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการค้าโดยเฉพาะผลไม้ของแคชเมียร์ด้วย

ทั้งที้ “พรรคภารติยะชนะตะ” (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลฮินดูชาตินิยมของโมดีได้เสนอต่อรัฐสภาให้มีการแบ่งรัฐจัมมูและแคชเมียร์ออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนจัมมูและแคชเมียร์กับส่วนลาดัคห์ โดยอยู่ภายใต้การบริหารปกครองของรัฐบาลกลาง

ชาวอินเดียจำนวนมากสนับสนุนการยกเลิกสิทธิพิเศษของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ รวมถึงชื่นชมความเด็ดขาดของรัฐบาลโมดี แต่บางส่วนก็มองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลอินเดียร้ายแรงและเป็นการกระทำที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

CR:ประชาชาติธุรกิจ