BOJ เดินหน้านโยบายผ่อนคลายการเงิน หากญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากศก.โลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.ค. 62 11:38 น.

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่านายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญีปุ่น (BOJ) ได้เผยว่าทางธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังจับตาดูแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกและกำลังพิจารณาการใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับเงินเฟ้อของญีปุ่นให้ขึ้นสู่ระดับ 2 % หากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลกนั้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของญี่ปุ่น

  โดยนาย ฮารุฮิโก ได้กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมการประชุม ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยระบุว่า “ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นและสร้างความวิตกกังวลให้กับตลาดการเงินโลก ซึ่งทาง BOJ กำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับผลกระทบของการพัฒนาเหล่านี้ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น”

  ซึ่งผู้ว่าการ BOJ เผยว่ายังคงต้องจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้หรือไม่  รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงต่างๆซึ่งหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมส่งออกของญีปุ่น และส่งผลถึงค่าเงินเฟ้อที่อาจขยับเพิ่มสูงกว่า 2%

  ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า BOJ จะไม่มีการดำเนินการใดๆเพิ่มเติม และเชื่อว่าการเคลื่อนไหวก้าวต่อไปของ BOJ ยังคงอยู่ใช้ใช้นโยบายผ่อนคลายการเงิน โดยนักเศรษฐศาสตร์กว่า 60% เชื่อว่า BOJ จะเลือกใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 6 เดือน เพื่อรับมือในกรณีที่ FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจริง

  อย่างไรก็ตามความเสี่ยงทางการค้ามีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นหากสงครามทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ยังคงดำเนินอยู่ ทั้งความตึงเครียดเกี่ยวกับการที่อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์  และการที่ญี่ปุ่นเตรียมขึ้นภาษีทางการค้าอีก 10% ในเดือนตุลาคมนี้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นชะลอตัวอันเนื่องมาจากความต้องการของผู้บริโภคลดลง

  ทั้งนี้อัตราอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นลดต่ำลงสู่ระดับ 0.6% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ BOJ เดินหน้าในการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเพื่อยกระดับเงินเฟ้อของญี่ปุ่นให้ขึ้นสู่ระดับ 2 % ตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

รายงาน    ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ 
เรียบเรียง  ภูมินทร์ คิดเลิศล้ำ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

CR:efinancethai